Page 24 - วิจัยชั้นเรียน เปลี่ยนครู หมอวิจารณ์
P. 24
ี
�
ประกอบกับการท่ต่อมาได้เข้าเรียนปริญญาเอก และได้ทาวิจัยชั้นเรียนแบบ
วิจัยปฏิบัติการที่ผมอยากเรียกเสียใหม่ว่า การวิจัยชั้นเรียนแบบวิจัยตัวครูเอง
ื
ึ
ั
หรือวิจัยตนเอง ได้ก่อคุณูปการสร้างการเปลี่ยนแปลงข้นพ้นฐานข้นในตัวผู้เขียน
ซึ่งผู้เขียนท้ง ๔ ท่านเวลาน้เป็นครูนักการศึกษา
ี
ั
วิจัยการศึกษามี ๒ แบบที่แตกต่างกันคนละขั้ว คือ การวิจัยการศึกษา
แบบคลาสสิคกับการวิจัยการศึกษาแบบปฏิบัติการ (action research)
�
การวิจัยแบบแรกผู้วิจัยเป็น “คนนอก” ไม่เก่ยวกับเรื่องท่กาลังวิจัย ไม่มี
ี
ี
ื
ี
ื
ผลประโยชน์ได้เสียกับเร่องท่กาลังทาวิจัย เพ่อให้การเก็บข้อมูลและการวิเคราะห์
�
�
ตีความเป็น “ปรนัย” (objective) ท่สุด ไม่มีอคติจากความเชื่อหรือคุณค่า
ี
ี
ส่วนตัวเข้ามาเก่ยวข้อง มองความเชื่อหรือคุณค่าส่วนตัวของนักวิจัยเป็นสิ่ง
ไม่พึงประสงค์ เพราะอาจท�าให้เกิดอคติ (bias) ในการวิจัยได้
ิ
ึ
ิ
แต่การวจัยการศกษาแบบปฏบัตการ ตามท่เสนอในหนังสือเล่มน ้ ี
ิ
ี
ั
ผู้วิจัยคือตัวครูผู้สอนในห้องเรียนน้น ๆ เอง ต้งคาถามและทางานวิจัยจาก
�
ั
�
ห้องเรียนที่ตนสอน และใช้ความเชื่อหรือคุณค่าส่วนตัวของตนเป็นข้อมูลและ
เครื่องมือส�าคัญของการวิจัย ตัวผู้วิจัยไม่ใช่แค่เป็น “คนใน” แต่เป็นศูนย์กลาง
ี
ของการวิจัย การวิจัยแบบน้จึงอยู่ในกลุ่ม participatory research และเป็น
R2R (Routine to Research) ของคนหน้างานคือครู
ี
ี
สาระเชิงคุณค่าท่สื่อออกมาโดยหนังสือเล่มน้ คือ ครูสามารถมี
ี
คุณค่ามากกว่าท่เป็นอยู่ หรือกล่าวใหม่ในถ้อยคาของผมเองว่า ครูสามารถ
�
มีศักด์ศรีสูงส่งได้โดยไม่ยาก เพียงแต่ต้องสมาทานกระบวนทัศน์ท่ถูกต้อง
ี
ิ
ี
�
ว่าด้วยการทาหน้าท่ครู ตามด้วยการมีปฏิปทาประจ�าวันท่ถูกต้อง ซึ่ง
ี
หมายถึงการทาวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน
�
23 วิจัยชั้นเรยนเปลี่ยนคร ู
ี

