Page 90 - จรัมบุญ
P. 90
ั
เต็มเท่าน้น ต้องฝืนพระทัยหนีความรักลูกและพระเทวีไปในขณะน้น
ั
ื
ึ
อยู่ช้าไม่ได้เป็นเวลาใกล้จะรุ่ง ผู้คนต่นข้นมาจะขัดขวาง จึงให้นายฉันนะ
ั
ี
ู
ี
�
อามาตย์ผกม้าทรงมนามว่ากัณฐกะ พระองค์ทรงม้ามนายฉนนะ
้
ตามเสด็จ ถึงฝั่งแม่นาอโนมานที ได้ใช้พระขรรค์ทรงตัดพระเกศา
�
ทรงอธิษฐานเป็นนักบวชแสวงหาโมกขธรรม ทรงมอบม้ากัณฐกะ
เพื่อให้น�ากลับเมืองกบิลพัสดุ์ มอบแก่พระราชบิดาต่อไป
ี
พระมหาสัตว์ทรงทราบว่า อาฬารดาบส กาลามโคตร เช่ยวชาญ
ในรูปสมาบัติ จึงทรงเข้าศึกษาจนจบหลักสูตร ทรงเห็นยังไม่เป็น
ทางหมดทุกข์ จึงลาอาจารย์ไปส�านักอุทกดาบส รามบุตร ผู้เชี่ยวชาญ
ในอรูปสมาบัติเข้าศึกษาจนจบหลักสูตรเหมือนกัน ทรงเห็นยังไม่เป็น
ทางตรัสรู้
จึงทรงใคร่ครวญต่อไปว่า การบ�าเพ็ญทุกกรกิริยานั้นเป็นพรต
้
ั
ิ
ั
ิ
่
ี
ี
่
ทบาเพญได้ยาก เป็นทสรรเสรญของคณาจารย์ทงหลายยงนกว่า
่
็
�
ึ
ี
เป็นทางหน่งจะพาผู้ปฏิบัติให้พ้นจากทุกข์อย่างแท้จริง น่าท่พระองค์
จะต้องปฏิบัติเพ่อพิสูจน์ความจริงต่อไป ต่อแต่น้นพระองค์เร่มอดอาหาร
ั
ื
ิ
ทีละน้อยๆ จนไม่เสวยเลย พระสรีรภาพก็แปรไป พระโลมาร่วงหล่น
เพราะมีรากเน่า เสด็จลุกขึ้นก็เซล้ม เพราะหมดก�าลังจะทรงพระกาย
ผู้ผ่านไปมาเข้าใจว่าสิ้นพระชนม์ก็มี
�
แม้ทรงบาเพ็ญถึงปานน้นก็ไม่ได้บรรลุมรรคผล ทรงเห็นว่า
ั
ไม่เป็นทางตรัสรู้แน่ ตอนนี้อุปมา ๓ ข้อก็เกิดแก่พระองค์ อันธรรมดา
ั
สายพิณขึงตึงเกินไปดีดเข้าก็ขาด หย่อนเกินไปดีดไม่ดัง ท้ง ๒ อย่างน้น
ั
ใช้ไม่ได้ ถ้าขันสายพอปานกลางไม่ตึงเกินไป ไม่หย่อนเกินไป ดีดดัง
ไพเราะน่าฟัง
64 จรัมบุญ

