Page 244 - EPREP book
P. 244
“คลินิกเล็กมากขนาดตรวจภายในยังต้องขยับกัน” พยาบาลผู้ให้บริการ PrEP
จึงมีความต้องการการสนับสนุนจากส่วนกลางในเรื่องงบประมาณและสถานที่
5. ในผู้ป่วยบางรายที่มีปัญหา การสนับสนุนค่าตรวจห้องปฏิบัติการมีการจำกัดจำนวนครั้งตามสิทธิ์
ที่สปสช.กำหนด แต่มีบางรายที่อาจจำเป็นต้องตรวจถี่มากขึ้นหากมีความจำเป็น สปสช.จึงควรมีการ
สนับสนุนค่าตรวจห้องปฎิบัติการในส่วนที่เกินสิทธิ์ เช่น ตรวจ HIV ที่บ่อยขึ้น ตรวจไวรัสตับอักเสบ C
(Anti-HCV) การทำงานของไต ในรายที่จำเป็นและมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์เพื่อประโยชน์และความ
ปลอดภัยของผู้รับบริการ
6. บุคคลากรทางการแพทย์ที่ไม่ได้ทำงานด้านเอชไอวีขาดความรู้เกี่ยวกับยา PrEP จึงควรมีการอบรมให้
ความรู้เกี่ยวกับ PrEP ให้บุคลากรทางการแพทย์กลุ่มงานอื่น ๆ ได้รับทราบด้วย จะได้มีการสนับสนุน
ส่งต่อผู้รับบริการได้ ตลอดจนควรจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการ
ดำเนินงานการจัดบริการ PrEP ระหว่างหน่วยบริการเป็นประจำ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
7. ถุงยางอนามัยที่ได้รับจากส่วนกลางไม่ได้ขนาดตามที่ต้องการ โดยขนาดที่ต้องการคือ size 52, 54
และ 56 แต่ที่ส่วนกลางส่งมาให้คือขนาด size 49 ซึ่งไม่ใช่ขนาดที่ต้องการ นอกจากนี้ยังไม่ได้มีการ
สนับสนุนสารหล่อลื่นในส่วนของหน่วยบริการที่เป็นโรงพยาบาล :
ี
“เพียงพอใน size ที่ไม่ต้องการ (49) แต่ไม่มขนาดที่ต้องการ” พยาบาลและเภสัชกรผู้ให้บริการ PrEP
8. อัตรากำลังคนที่จำกัดโดยเฉพาะหน่วยบริการที่มีทั้งคลินิกยาต้านไวรัส, VCT, คลินิกโรคติดต่อทาง
เพศสัมพันธ์ และคลินิกยา PrEP อยู่ด้วยกัน ทำให้ไม่มีเวลาในการทำงานเชิงรุกและติดตาม
ผู้รับบริการ:
“โรงพยาบาลมีปัญหาmanpowerไม่ได้ใกล้ชิดผู้รับบริการ เท่า CBO” พยาบาลผู้ให้บริการ PrEP
9. ผู้ให้บริการส่วนใหญ่ยังขาดประสบการณ์ในการให้บริการกลุ่มผู้ใช้ยาเสพติด และมีความเห็นว่าควร
จัดระบบบริการเฉพาะสำหรับกลุ่มผู้ใช้ยาเสพติด เพื่อให้คนกลุ่มนี้เข้าถึงบริการได้มากขึ้น
10. การสนับสนุนยา PrEP ให้กับคนนอกสิทธิ์ เช่น คนต่างด้าว เนื่องจากคนกลุ่มนี้บางคนมีคู่เป็นคนไทย
หากไม่ได้ป้องกันและเกิดติดเชื้อเอชไอวีขึ้นก็เป็นภาระของประเทศไทยด้วยเช่นกัน:
“ควรจัดบริการ PrEP ให้คนนอกสิทธิ์เนื่องจากคนกลุ่มนี้ที่มีคู่เป็นคนไทย หากไม่ได้รับการป้องกันก็
เป็นภาระของประเทศเช่นกัน” พยาบาลผู้ให้บริการ PrEP
[184] บทที่ 3 ผลการวิจัย

