Page 6 - EPREP book
P. 6
บทสรุปส าหรับผู้บริหาร
การประเมินผลการด าเนินงานการบริการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีก่อนการสัมผัส
(Pre-Exposure Prophylaxis: PrEP) ภายใต้ชุดสิทธิประโยชน์
ของส านักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2563
ที่มาและความส าคัญของปญหา
ั
ยาป้องกันการติดเชื้อก่อนการสัมผัสเชื้อเอชไอวี (PrEP) ประกอบด้วยยาต้านไวรัส 2 ชนิดได้แก่ ยาเอ็ม
ไทไซตาบีน (FTC) 200 มิลลิกรัม และยาทีโนโฟเวียร์ (TDF) 300 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นยาที่ได้ผ่านการวิจัยมาแล้ว
ว่าสามารถใช้ป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีได้ผลดี องค์การอนามัยโลกได้แนะน าให้ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
เอชไอวีใช้ยา PrEP ในการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี และประเทศไทยได้ก าหนดให้ PrEP เป็นอีกหนึ่งมาตรการ
ั
ในการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีโดยเฉพาะในประชากรกลุ่มเสี่ยง เช่น กลุ่มชายที่มีเพศสัมพนธ์กับชาย สตรี
ู่
ข้ามเพศ กลุ่มผู้ใช้สารเสพติดด้วยวิธีการฉีด และกลุ่มคเพศสัมพันธ์ที่มีผลเลือดต่าง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2557 เป็นต้น
มา ในปัจจุบันประเทศไทยมีรูปแบบการจัดบริการ PrEP ในประเทศไทยอยู่ทั้งหมด 3 รูปแบบที่แตกต่างกัน คือ
1. การจัดบริการโดยโรงพยาบาล (Hospital-based model) รูปแบบบริการนี้ด าเนินการโดย
โรงพยาบาลที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากส านักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติในการเข้าถึงกลุ่ม
ประชากรกลุ่มเสี่ยงให้เข้ารับบริการที่เกี่ยวข้องกับงานด้านเอชไอวีต่าง ๆ ประกอบด้วยการตรวจเลือดหาเชื้อ
เอชไอวี การให้บริการปรึกษา การบริการยา PrEP และยาต้านไวรัสเอชไอวี
2. การจัดบริการโดยองค์กรภาคประชาสังคมส่งต่อให้โรงพยาบาล (CBOs reach-recruit to
hospitals) รูปแบบบริการนี้ด าเนินการโดยองค์กรภาคประชาสังคมเป็นผู้ค้นหาประชากรกลุ่มเสี่ยงและส่งต่อ
ให้โรงพยาบาลเป็นผู้ให้ค าปรึกษาและเป็นบริการยา PrEP
3. การจัดบริการยา PrEP โดยองค์กรภาคประชาสังคม (Key population-led health services
(KPLHS) รูปแบบบริการนี้ด าเนินโดยองค์กรภาคประชาสังคมและมีการจัดบริการจ่ายยา PrEP ได้โดยตรงใน
หน่วยบริการในชุมชนที่ด าเนินการโดยองค์กรภาคประชาสังคมซึ่งกระจายอยู่ในบางจังหวัดของประเทศ
ในปีงบประมาณ 2563 ทางส านักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้จัดบริการ PrEP ให้อยู่ในชุดสิทธิ
ประโยชน์ โดยริเริ่มเป็นระยะน าร่องในการจัดบริการ PrEP จ านวน 2,000 ราย ในหน่วยบริการที่สนใจและ
ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมในการจัดบริการ PrEP ทั้งหมด 51 หน่วยบริการ โดยจะมีการใช้ผลการประเมิน
ิ
การด าเนินการจัดบริการ PrEP ในระยะน าร่องปี 2563 เป็นข้อมูลประกอบการพจารณาการขยายและพฒนา
ั
ระบบบริการ PrEP และการบรรจุบริการ PrEP เข้าไปอยู่ในชุดสิทธิประโยชน์ของหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า
ต่อไป จึงจ าเป็นต้องมีการจัดท าการศึกษาประเมินผลการด าเนินการการจัดบริการ PrEP เพอให้ทราบผลการ
ื่
ื่
ิ
ด าเนินการ รายละเอยดของการด าเนินการขั้นตอนต่าง ๆ เพอให้เป็นข้อมูลประกอบการพจารณาบรรจุการ
ี
จัดบริการ PrEP ในชุดสิทธิประโยชน์และศึกษาถึงปัญหา อปสรรคต่าง ๆ ในแต่ละขั้นตอนด าเนินการ เพอ
ุ
ื่
น าไปเป็นข้อมูลประกอบการพจารณาบรรจุการบริการ PrEP เข้าไปในชุดสิทธิประโยชน์ส าหรับประชากรกลุ่ม
ิ
เสี่ยงและเพื่อการพัฒนาระบบการจัดบริการต่อไปในอนาคต
[iii] รายงานการประเมินผล

