Page 11 - EPREP book
P. 11
ไปในเรือนจ า และส่วนที่เป็นความท้าทายคือ เมื่อผู้รับบริการ PrEP ที่เป็นผู้ต้องขังได้ครบก าหนดการจ าคุกและ
้
ื่
พนโทษออกไป จะมีระบบการติดตามและการส่งต่อเพอให้สามารถเข้ารับบริการ PrEP ต่อเนื่องอย่างไร
โดยเฉพาะผู้พนโทษที่เดินทางกลับภูมิล าเนาหรือย้ายไปอยู่อาศัยในจังหวัดอนๆ ซึ่งอาจไม่สะดวกที่จะกลับมา
ื่
้
รับบริการ PrEP ต่อที่โรงพยาบาลเดิมได้อีก
ส าหรับการจัดบริการ PrEP ในกลุ่มผู้ใช้สารเสพติดซึ่งเป็นอกหนึ่งในประชากรกลุ่มเสี่ยงยังมีข้อจ ากัด
ี
หลายประการที่ท าให้ประชากรกลุ่มนี้ยังเข้าไม่ถึงการบริการด้านการป้องกัน ทั้งการเข้าถึง VCT และบริการ
PrEP จากข้อมูลการศึกษาพบว่ามีผู้รับบริการPrEPเพยงส่วนน้อยที่ให้ข้อมูลว่าตนเองเป็นผู้ใช้สารเสพติด และ
ี
จากการศึกษาในกลุ่มผู้ให้บริการพบว่าผู้ให้บริการส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะมีประสบการณ์การท างานในประชากร
กลุ่มนี้โดยเฉพาะและส่วนใหญ่มีความเห็นว่าประชากรกลุ่มนี้ยังเข้าถึงตัวได้ค่อนข้างยาก ยังมีความกังวลใน
เรื่องของความลับที่พวกเขาใช้สารเสพติดและอาจมีผลกระทบทางกฎหมายอยู่มาก นอกจากนี้ยังขาดการ
ประสานงานกันระหว่างหน่วยที่ให้บริการ PrEP กับคลินิกรักษาผู้ใช้สารเสพติดในโรงพยาบาลเดียวกัน รวมถึง
ื้
องค์กรภาคประชาสังคมที่ท างานกับกลุ่มผู้ใช้สารเสพติดยังมีค่อนข้างน้อยและมีเฉพาะในบางพนที่เท่านั้น
หน่วยบริการบางแห่งที่เคยมีประสบการณ์การท างานกับประชากรกลุ่มผู้ใช้สารเสพติดในการรับยา PrEP ให้
ข้อมูลว่า ประชากรกลุ่มนี้ไม่ได้มีความวิตกหรือกังวัลเกี่ยวกับการติดเชื้อเอชไอวีเป็นอันดับต้น ๆ จึงอาจท าให้ไม่
ื่
สนใจหรือขาดความรู้ความเข้าใจทึ่ถูกต้องเกี่ยวกับบริการ PrEP เพอป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี รวมถึงความ
ุ
วิตกเกี่ยวกับการถูกรังเกียจและตีตราจากสังคม ท าให้เป็นอปสรรคส าคัญในผู้ใช้สารเสพติดที่จะเข้าถึงหน่วย
บริการในโรงพยาบาล
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
ี
การให้บริการ PrEP ในประชากรกลุ่มเสี่ยงมีความจ าเป็นและเป็นอกมาตรการร่วมหนึ่งที่จะช่วยลด
จ านวนผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ และยุติปัญหาเอดส์ได้ในอนาคต มีข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ดังนี้
1. ส านักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ควรพิจารณาบรรจุบริการ PrEP เป็นเครื่องมือเพิ่มเติมเพื่อการ
ป้องกันการติดเชื้อฯ ให้อยู่ในชุดสิทธิประโยชน์ส าหรับประชากรกลุ่มเสี่ยงที่มีช่วงอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้น
ไป หรือ 15 ปีขึ้นไปในกรณีที่มีความเสี่ยงชัดเจนและสนใจจะกินยา PrEP
ิ่
2. เร่งเพมหน่วยบริการ PrEP ที่ด าเนินโดยองค์กรชุมชน (KPLHS) ที่มีศักยภาพตามเกณฑ์มาตรฐานที่
ื้
ก าหนดโดยกรมควบคุมโรคโดยเฉพาะในพนที่/จังหวัดที่ยังมีการแพร่ระบาดของการติดเชื้อเอชไอวีใน
ประชากรกลุ่มเสี่ยงที่ค่อนข้างสูง นอกจากนั้นควรเพมหน่วยบริการ PrEP ในโรงพยาบาลให้กระจาย
ิ่
อยู่ในทุกจังหวัด อย่างน้อยจังหวัดละ 1 แห่ง ใน พ.ศ. 2565 เป็นต้นไป ส่วนในจังหวัดที่มีองค์กรภาค
ั
ประชาสังคมอยู่แล้ว ควรสนับสนุนให้โรงพยาบาลท างานร่วมกบ CBO ในการจัดบริการ PrEP เพื่อจะ
ได้เข้าถึงประชากรกลุ่มเสี่ยงที่เป็นเป้าหมายได้มากขึ้นและรวดเร็วขึ้นด้วย
3. เพมการสนับสนุนวัสดุอปกรณ์ในการจัดบริการ เช่น ควรมีการจัดหา stock ยา PrEP ให้มีเพยง
ี
ุ
ิ่
่
พอที่จะด าเนินการแบบ same day PrEP ได้ ควรมีการขยายสิทธิการเบิกคาตรวจทางห้องปฏิบัติการ
รายงานการประเมินผลการด าเนินงาน PrEP ภายใต้ชุดสิทธิประโยชน์สปสช. ปีงบประมาณ 2563 [viii]

