Page 65 - นาวิกศาสตร์ เมษายน ๒๕๖๓
P. 65

ั
                                                                                              ่
                                                                                 ั
                                                                                                   ั
            ในภายหลัง ช่วงปลายทศวรรษ ๑๙๘๐ เรียก คอมพิวเตอร์  ในการประมวลผลได้ในบางลกษณะ จนกระทงทุกวนน ้ ี
            ในยุคนี้ว่า Micro Computer                     สามารถประมวลผลแบบกระจายศูนย์ได้ค่อนข้างสมบูรณ์
                อย่างไรก็ตาม คอมพิวเตอร์ในยุคแรก ๆ นี้แม้จะมี  แล้วยกระดับจาก Dumb Terminal  เป็น Smart Terminal
            ขนาดเล็กลงเร่อย ๆ การใช้งานยังคงเป็นไปในลักษณะ   ในส่วนของโครงข่ายก็ได้รับการพัฒนาจาก Star Network
                       ื
                                   ื
            Stand Alone มิได้มีการเช่อมโยงกันเป็นเครือข่าย     กลายเป็น Mesh Network คือ สามารถต่อเช่อมถึงกันได้
                                                                                             ื
                                                               ุ
            (Network) เช่น ในยุคหลัง ๆ แต่ได้เลิกการใช้ Punched   จากทก Node ของ Network หรืออาจเรียกเป็น Global
                                                      ั
            Card ในการ Run Program เช่นในอดีตก่อนหน้าน้น   Network
                                                 ึ
                                 �
                                                                                           ี
                                                                                  ี
                            ี
            ความเปล่ยนแปลงท่นับว่าสาคัญมากประการหน่ง ก็คือ   Smart Phone คอมพิวเตอร์ท่มีขนำดเล็กท่สุดในปัจจุบัน
                    ี
            การพัฒนาขีดความสามารถจากการคานวณให้ใช้ในการ        คือ ผลพวงที่เกิดจากจุดบรรจบ ระหว่างเทคโนโลยี
                                         �
                                                                                                 ื
            บริหารจัดการข้อมูล (Data Management) ได้เกิด   ด้านการส่อสารโทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์ การส่อสาร
                                                                  ื
            บริการด้าน IT (Information Technology) ข้น     ในอดีตพ่งพาสายทองแดงเป็นหลักในการเช่อมโยง
                                                                  ึ
                                                                                                ื
                                                     ึ
                                        �
              ิ
                                                                       ั
                                                                   ู
                                                                          ู
                                                                                    ู
                                                                           ั
            เร่มจากการใช้แป้น Key Board ทาหน้าท่แทนเคร่อง   ระหว่างผ้ส่งกบผ้รบ ต่อมาถกทดแทนด้วยเคเบล
                                                                                                    ิ
                                                                                                    ้
                                                     ื
                                              ี
                                                                                                 ู
                                                                                        ี
            พิมพ์ดีดธรรมดา ซึ่งง่ายต่อการแก้ไขค�าผิด เปลี่ยนแปลง   ไยแก้วน�าแสง (Optical Fiber) ซ่งมความจข้อมลและ
                                                                                      ึ
                                                                                             ุ
                                 �
              ื
                    ิ
                  ิ
                  ่
            หรอเพมเตมขอความ การนาไปจัดเก็บไว้ในหน่วยความจา �  ความเร็วในการรับส่งสัญญาณสูงมาก เกิดเทคโนโลย  ี
                       ้
            ท้งภายในและภายนอกระบบ (Main Memory and         ในการแปลงสัญญาณจาก Analog เป็น Digital สามารถ
              ั
            External Memory) สามารถแยกแยะเป็น File หรือ    บีบอัด (Compress) และเข้ารหัส  (Encryption) ช่วยให้
                                                               ื
            แฟ้มข้อมูลเฉพาะเรื่องได้ตามต้องการ ช่วยลดภาระด้าน  การส่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์มีความรวดเร็ว และ
            การจัดเก็บข้อมูลต่าง ๆ ในรูปเอกสารลงได้มาก     ปลอดภัยสูงย่งข้น ต่อมาสามารถแปลงสัญญาณให้อยู่
                                                                        ึ
                                                                     ิ
            ก�ำเนิดของเครือข่ำยคอมพิวเตอร์ (Computer Network)  ในรูปของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแพร่ไปในอากาศ ไม่จ�าเป็น
                เร่มในต้นทศวรรษ ๑๙๗๐ โดยกองทัพอากาศ        ต้องพ่งพาเครือข่ายทางสายมากเช่นแต่ก่อน ประกอบกับ
                                                               ึ
                  ิ
                                                                                           ื
            สหรัฐอเมริกา ได้ทาโครงการวิจัย ARPA Net (Advanced   ความสาเร็จในการส่งดาวเทียม เพ่อการส่อสารข้นไปใน
                                                                                                ึ
                                                                �
                                                                                     ื
                          �
            Research Program) เพ่อใช้ในภารกิจทางทหารของ    อวกาศ ท�าให้สามารถเชื่อมโยงสัญญาณกันได้ทั่วโลกผ่าน
                                 ื
                            �
            กองทัพ ถือเป็นต้นกาเนิดของ Internet ในเวลาต่อมา  อินเทอร์เน็ต เกิดเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่าง ๆ ตามมา
            ประมาณกันว่าในปัจจุบันเครือข่าย Internet ระดับโลก  อีกมากมาย ส่งผลกระทบท้งทางบวกและทางลบต่อ
                                                                                 ั
            สามารถรองรับผู้ใช้ได้ราว ๓.๒ พันล้านคน         มวลมนุษยชาติอย่างรุนแรงและกว้างขวาง จนยากต่อ
                                           ื
                Computer ในยุคแรก ๆ ยังเช่อมโยงกันด้วย     การคาดเดา หรือพยากรณ์ว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร
                                             ื
            เครือข่ายทางสาย โดยใช้สายทองแดงเป็นเบ้องต้นอยู่นาน   มวลมนุษย์โดยรวมท้งโลกจะได้รับผลประโยชน์ หรือ
                                                                           ั
            นับสิบปี ซึ่งมีข้อจ�ากัดด้านระยะทาง และความเร็วในการ  โทษมากกว่ากันจากความแปรเปล่ยนแบบพลิกผัน
                                                                                        ี
                                                 ื
            รับส่งสัญญาณระหว่างกัน โครงสร้างการต่อเช่อมเป็น   (Disruption) เช่นนี้
                                                                                    ื
            แบบ Star Network มีแม่ข่าย (Host Computer) อยู่ที่   ผลกระทบจำกควำมเร็วในกำรส่อสำรผ่ำนคอมพิวเตอร์
                                 ึ
            ศูนย์กลาง ต่อกับลูกข่ายซ่งเป็นเพียง Input/Output   ที่เพิ่มสูงอย่ำงรวดเร็วพอสรุปได้ดังนี้
            Device หรือ Dumb Terminal เป็นชุด ๆ ไป ลูกข่าย     ยุค 2G ท�าให้ต้องเลิกใช้โทรเลขอย่างถาวร
                  ้
            เหล่านนไม่สามารถประมวลผลได้เอง ต้องรวมศนย์        ยุค 3G มีการใช้ E-mail แทนการส่งจดหมายถึงกัน
                  ั
                                                    ู
                                                                                                ั
            การประมวลผลไว้ที่ Host Computer แต่ในระยะต่อมา     โทรศัพท์บ้านแทบหมดความจาเป็น เลกใช้กนเป็น
                                                                                    �
                                                                                            ิ
            Terminal กได้รบการพฒนาให้มขดความสามารถ         ส่วนใหญ่
                                         ี
                                          ี
                                 ั
                       ็
                           ั
                                                                                     นาวิกศาสตร์   63
                                                                                     ปีที่ ๑๐๓  เล่มที่ ๔  เมษายน ๒๕๖๓
   60   61   62   63   64   65   66   67   68   69   70