Page 42 - นาวิกศาสตร์ เดือน กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙
P. 42
เขตแดนด้วยกลไกอาเซียนนั้นอาจกระทำได้เพียงการ การปรับตัวเพื่อเข้าสู่การเป็นกองทัพเรือชั้นนำ
ไกล่เกลี่ยหรือเจรจา จากข้อจำกัดตามกฎบัตรอาเซียน ในภูมิภาคภายใต้สภาวะแวดล้อมและข้อจำกัด
ทั้งเรื่องการไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศ ที่มีอยู่นั้น ต้องอาศัยการปรับตัวภายในองค์การของ
เพื่อนบ้านและการใช้ฉันทามติ อันมีตัวอย่างความ กองทัพเรือเอง เพื่อให้สามารถตอบสนองทั้งบทบาท
๑๐
ล้มเหลวจากบทเรียนการแก้ปัญหาข้อพิพาทของ และแนวทางปฏิบัติตามที่ได้กล่าวข้างต้น อันมีประเด็น
ประเทศสมาชิกที่ผ่านมา ส่วนการแก้ปัญหาเขตแดน สำคัญที่ควรพัฒนาได้แก่
ด้วยกระบวนการยุติธรรมผ่านศาลยุติธรรมระหว่าง การกำหนดนโยบายกองทัพเรือให้อยู่บนพื้นฐาน
ประเทศ (International Court of Justice; ICJ) หรือ ข้อมูลทางวิชาการและการวิจัยเนื่องจากการกำหนด
ศาลอนุญาโตตุลาการกฎหมายทะเล (International นโยบายนับเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารองค์การ
Tribunal on the Law of the Sea; ITLOS) นั้น การกำหนดนโยบายที่สำคัญของกองทัพเรือในด้านต่าง ๆ
อาจมีข้อจำกัดในตัวมันเองจากผลการตัดสินคดีเหล่านี้ เช่น การกำลังพล การยุทธการ การข่าว การส่งกำลัง
ที่มักจะมีผลแพ้ชนะ (Win – Lose Situation) บำรุง และการสื่อสาร ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
ซึ่งส่งผลกระทบต่อความรู้สึกประชาชนและเสถียรภาพ ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงและมีผลกระทบอย่าง
ของรัฐบาลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังเช่นกรณีพิพาทหมู่ กว้างขวาง ควรวางอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลทาง
เกาะสิปาดัน และลิกิตันระหว่างอินโดนีเซีย มาเลเซีย วิชาการและการวิจัยให้มากที่สุด เพื่อสร้างความคุ้มค่า
เป็นต้น ดังนั้น บทบาทในการใช้กำลังทางทหาร ลดความเสี่ยง รวมถึงพิจารณาผลกระทบที่จะเกิดขึ้น
เพื่อยับยั้ง ป้องปราม หรือแก้ไขปัญหายังมีโอกาส ในอนาคตให้รอบคอบก่อนตกลงใจ ทั้งนี้ การทำวิจัย
เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เชิงนโยบาย (Policy Research) อาจใช้หน่วยงาน
ในส่วนของการขยายตัวของภัยคุกคาม ทางการวิจัยภายนอกหรือหน่วยงานภายใน
รูปแบบใหม่ (Non Traditional Threat) นั้น โดยบุคลากรของกองทัพเรือเอง เช่น กรมยุทธศึกษา
ยังมีแนวโน้มเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและรุนแรงขึ้น ทหารเรือ หรือหน่วยงานตามสายวิทยาการที่มี
ตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจ สภาวะโลกร้อน และ ความชำนาญเฉพาะด้านให้เป็นประโยชน์ ตามตัวอย่าง
การทำลายสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ การศึกษาวิจัยในอดีต เช่น การศึกษาความเป็นไปได้
เหล่านี้ โดยแท้จริงอาจไม่ใช่ภัยคุกคามที่เกิดขึ้นใหม่ ในการจัดตั้งหน่วยยามฝั่ง รวมถึงการศึกษาความเป็นไป
แต่เกิดขึ้นมานานแล้ว เพียงแต่รัฐต้องการแนวคิดใหม่ ได้ในการยุบเลิกพรรคเหล่าของนายทหารที่สำเร็จการ
ในการบริหารจัดการ กองทัพเรือเป็นหน่วยงานหลัก ศึกษาจากโรงเรียนนายเรือในปัจจุบัน เป็นต้น
ทางทะเลที่มีภาระในการจัดการกับภัยคุกคามเหล่านี้
จึงนับเป็นความท้าทายสำคัญทั้งในด้านการปรับแนวคิด การปรับปรุงกระบวนการประเมินยุทธศาสตร์
หลักนิยม และสร้างความชำนาญของกำลังพลในการ กองทัพเรือเพื่อตอบสนองต่อภัยคุกคามทั้งรูปแบบ
ตอบสนองภัยคุกคาม ด้านการบูรณาการขีดความสามารถ เดิมและรูปแบบใหม่ สืบเนื่องมาจากภารกิจหลัก
ของหน่วยงานภายในประเทศ และด้านการสร้าง ของกองทัพเรือคือการป้องกันอธิปไตยของประเทศ
บทบาทนำในด้านความร่วมมือด้านความมั่นคง แม้ว่าตัวแบบกระบวนการประเมินยุทธศาสตร์แบบเดิม
ระหว่างประเทศ โดยใช้ตัวแบบของ Richmond M Lloyd และ Henry
การปรับตัวสู่กองทัพเรือชั้นนำในภูมิภาค โอกาส C Bartlet ยังสามารถนำมาใช้ได้อยู่ แต่อาจต้องมีการ
๑๑
และความคาดหวัง ปรับปรุงกระบวนการให้ทันสมัยใน ๒ ประการ
40 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

