Page 67 - นาวิกศาสตร์ เดือน กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙
P. 67

รถของเพื่อน ๆ ได้ขับขึ้นหน้าหายไปหมดแล้ว

                                                           สมัยนั้นไม่มีโทรศัพท์มือถือที่จะโทรตามใครมาช่วย
                                                           ภาระหน้าที่ในการเข็นรถจึงตกอยู่กับสุภาพบุรุษอย่าง
                                                           พ่อบุญ (เขาคงเกิดมาเพื่อดูแลเราจริง ๆ) คราวก่อน ๆ
                                                           ที่ยางแบนเป็นเวลากลางวัน แต่หนนี้เป็นเวลากลางคืน
                                                           ที่ร้านปะยางปิดหมดแล้ว พ่อบุญเลยต้องเข็นรถกลับ
                                                           โรงเรียนชุมพลฯ ก่อน
                                                               หนนี้ระยะทางที่เข็นน่าจะประมาณ ๓ - ๔ กิโลเมตร

            ออกจากโรงเรียน ผ่านเนินมะค่า ลงเนินผ่านเจ้าพ่อ    การเข็นรถท่ามกลางแสงจันทร์ในวันพระใหญ่นี้
            เขาช้าง แล้วขึ้นเนินเข้าสู่เขตโรงเรียนพลทหาร เลี้ยวซ้าย   พระจันทร์ดวงกลมโตสวยงามมาก แม่แก้วเดินไปคุยไป
            ไปทางเขตบ้านพักของ โรงเรียนพลทหาร (ทางขวา      อย่างสบายใจไม่เห็นเหนื่อยเลย ส่วนพ่อบุญเดินไป
            เป็นกองบัญชาการและกองร้อยต่าง ๆ ของโรงเรียน    เข็นรถไปคุยไป เหนื่อยหรือเปล่าไม่รู้ แต่ช่วงเข็นรถ
            พลทหาร) ก่อนถึงหาดโรงเรียนพลทหาร จะเลี้ยวขวาออก   ขึ้นเนินเขานี่เห็นว่าหอบเลย คืนนั้นกว่าจะถึงบ้านพัก
            “ประตูจุดรักษาการณ์บางเสร่” เป็นประตูเล็ก ๆ      ก็ใช้เวลาเป็นชั่วโมงเลยทีเดียว
            ที่ซ่อนอยู่ในโรงเรียนพลทหาร และเปิดปิดเป็นเวลา      ความทรงจำอีกอย่างหนึ่ง คือ การไปเที่ยวงานวัด
            ประตูนี้ทำให้เราออกไปบางเสร่ได้โดยไม่ต้องออกไปที่  บางเสร่ ทุกปีจะมีงานวัด และผู้คนในโรงเรียนชุมพลฯ
            ปากทางถนนสุขุมวิทซึ่งไกลกว่า พอออกจากประตูเล็ก  จะต้องออกไปเที่ยวงานวัดกันอย่างน้อย ๑ ครั้ง แม่แก้ว

            นี้ได้ ก็ขับลัดเลาะไปตามเส้นทางเล็ก ๆ ผ่านบางเสร่  อยู่กรุงเทพฯ ไม่ค่อยสนใจเดินงานวัด เพราะมีห้างฯ
            คอนโดมิเนียม ผ่านบ้านเรือน ร้านค้า และหมู่บ้าน    ให้เดินเที่ยว  แต่มาอยู่เกล็ดแก้วนี้  ไม่มีทางเลือก
            ชาวประมง ที่มีการตากปลา ตากหมึก เอกลักษณ์      แสงสีอย่างเดียวที่เราจะออกจากเมืองหลังเขาไปเที่ยว
            อย่างหนึ่งของบางเสร่ จึงได้แก่ กลิ่นคาวของอาหาร  ได้ไม่ไกลนัก ก็เห็นจะเป็นงานวัดบางเสร่ หนนี้ก็อีก
            ทะเลตากแห้ง ที่มีเป็นระยะ ๆ ตลอดทางในหมู่บ้าน       เช่นกันที่เรานัดกันไปเที่ยวงานวัดเป็นกลุ่ม ไปไหว้พระ
                วัดบางเสร่ เป็นวัดใหญ่ที่อยู่ใจกลางหมู่บ้านบางเสร่   แล้วหาของกินเล่นในวัด  เล่นการละเล่นต่าง  ๆ
            ตั้งอยู่ใกล้หาดบางเสร่ มีถนนเล็กคั่นระหว่างวัดกับทะเล     พวกยิงปืน และที่ขาดไม่ได้คือ การนั่งชิงช้าสวรรค์

            เมื่อไปถึงวัด จอดรถเสร็จ พวกเราก็รวมตัวกันเวียนเทียน   ช่วงนั้นหนุ่มสาวอย่างเราเริ่มจับคู่นับญาติกันแล้ว
            เวียนเทียนเสร็จต่างก็แยกย้ายกันขึ้นรถใครรถมัน    ใครคู่ใครก็นั่งชิงช้าคู่กันคุยกันไป แม่แก้วจำไม่ได้ว่า
            ขับกลับเกล็ดแก้ว  ขากลับนี้ทางมืดมาก  แม่แก้ว    นับญาติกับพ่อบุญหรือยัง แต่ก็ได้ขึ้นชิงช้าสวรรค์คู่กับ
            ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์กลับกับพ่อบุญ พอออกมาจากวัด  พ่อบุญ  ชิงช้าสวรรค์ในงานวัดนี้เก่ามาก  การขึ้น
            ได้สักพัก รถก็ส่ายเสียหลัก พ่อบุญจึงจอดรถลงมาดู    ชิงช้าสวรรค์จึงมีการแถมให้นั่งนานอยู่บนฟ้าเสมอ
            แล้วพบว่ายางหลังแบน (อีกแล้ว) เรื่องยางแบนกับ    เพราะเครื่องยนต์ที่หมุนชิงช้าขัดข้อง หนนี้ก็เช่นกัน
            พ่อบุญนี่ดูจะสมพงษ์กันจริง ๆ แม่แก้วว่าถ้าสร้างสมการ   พวกเราได้แถมให้นั่งนานขึ้นเพราะเครื่องขัดข้อง
            ทางคณิตศาสตร์ได้ จะมีสมการ ดังนี้              แต่ไม่มีใครบ่นเพราะได้อยู่ใกล้ญาติของตนนานขึ้น
                (แม่แก้ว + พ่อบุญ + รถมอเตอร์ไซด์) =  ยางแบน       หมู่บ้านบางเสร่มีเสน่ห์มาก ในยามเช้าจะมีตลาดเช้า

                =  (พ่อบุญเข็นรถไปปะยาง  +  แม่แก้วเดินไป     และตลาดเย็น ริมถนน มีอาหารการกินร้อน ๆ จำพวก
            เป็นเพื่อน)                                    โจ๊ก หมูปิ้ง ข้าวแกง ผัก และปลาสด ๆ อยู่สัตหีบนี้


                                                             นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๙ เล่มที่  ๒  กุมภาพันธ์  ๒๕๕๙  65
   62   63   64   65   66   67   68   69   70   71   72