Page 63 - นาวิกศาสตร์ เดือน กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙
P. 63
“แล้วแก่นแท้ของพระธรรมคืออะไร ?” ในเรื่องนี้ก็สุดแล้วแต่ความถนัด ความชอบ หรือ “จริต”
ึ
ึ
ี
ี
ั
ำ
ในพุทธประวัต มีคร้งหน่งท่พระองค์ท่านเสด็จนากล่ม ของแต่ละคนซ่งย่อมไม่เหมือนกัน ข้อสาคัญอย่ท่ว่า
ิ
ู
ุ
ำ
พระสงฆ์สาวกเดินเท้าผ่านป่ารกทึบ พระองค์ท่านได ้ จะต้องเป็นการเดินไปส่จุดหมายเดียวกัน คือ “ยอดเขา”
ู
ื
ื
ึ
ำ
ึ
ี
หยิบใบไม้จากพ้นป่าจานวนหน่งมากาไว้ในมือ แล้วตรัส ซ่งเม่อข้นไปถึงแล้ว ภาพท่เห็นจะต้องเหมือนกันหมด
ำ
ึ
ู
ี
กับหม่พระสงฆ์ท่ติดตามว่า “ความร้เก่ยวกับธรรมชาต ิ ไม่ว่าจะไต่ข้นมาจากทางไหนก็ตาม น่นก็คือภาพของ
ี
ั
ู
ึ
ู
ั
ท่เราตถาคตได้ตรัสร้น้น มีมากมายประดุจใบไม้ท้งป่า “ความว่าง” (สุญญตา) ด่านสำาคัญของการ “หลุดพ้น”
ี
ั
ี
ั
่
์
ำ
่
ี
่
ี
แต่ท่ตถาคตได้เลือกนามาถ่ายทอดแก่สัตว์โลกท้งปวง แตทอันตรายกคือ ประเภท “ไกดผี” ทเอาแต่จะ
็
ื
ุ
่
ำ
ั
่
ื
้
่
ึ
มีแค่เพียงกามือเดียวเท่าน้น... น่นก็คือ “ความร้เพ่อการ บอกบญ เรยไร ใหทาทาน เพอเปนบันไดไตขนสวรรค ์
้
็
ั
ู
ี
ำ
ี
ื
์
ดับทุกข์” ดังน้นหลักการพ้นฐานในการวิเคราะห หรือ (หรือในกรณีน้ก็คือ บริจาคเงินสร้างกระเช้าไฟฟ้าเพ่อ
ั
ื
ั
วินิจฉัยคาแนะนาส่งสอน ของบรรดาเกจิอาจารย ์ ให้ขึ้นถึงยอดเขาได้ โดยไม่ต้องเหนื่อย !) ท่านอาจจะถูก
ำ
ำ
ี
ู
้
ำ
ั
ี
ู
ท้งหลายท่เราท่านนับถือว่า “ท่านได้ช้ทางสว่างอันเป็น นาลงเหวโดยไม่ทันร้สึกตัวก็ได ! วิธีการ “หย่งร้”
ั
ิ
แก่นแท้ของพุทธศาสนาให้เราเดินตาม จริงหรือไม่ ?” ได้ง่าย ๆ กคอเมอท่านได้บรจาคเงนสรางวัตถมงคล
ื
ื
ิ
็
ุ
้
่
ู
ำ
ิ
ก็คือ จะต้องเป็นเส้นทางเดินเพ่อ “การดับทุกข์โดยส้นเชิง” จนเกือบจะล้นวัดอย่แล้ว แต่ผ้นาทางก็ยังไม่มีการ
ื
ู
ั
ั
ึ
เท่าน้น (ไม่ใช่การ “ข้นสวรรค์” เพราะน่นเป็นเพียง อธิบายถึงแก่นแท้ของพระธรรมให้ท่านร้แจ้งสักท ี
ู
ึ
้
ผลพลอยได ซ่งอาจจะมีหรือไม่มีก็ได ต้องรอให้ตายไปเสียก่อน (อาทิ : ไตรลักษณ์ อริยสัจ ๔ ปาฏิโมกข์ อิทัปปัจจยตา
้
้
ู
ถึงจะร และน่นก็ไม่ใช่เป้าหมายของชาวพุทธ : ผ้เขียน) สุญญตา ฯลฯ) ท่านอาจจะถูกหลอก หรือเจอของ
ู
ั
อน่งกรรมวิธีในการวิเคราะห์หรือพิสูจน์เร่องทานองน ี ้ ไม่จริง อย่างไรก็ตาม “ศรัทธา - ความเชื่อ” เป็นเรื่อง
ึ
ำ
ื
ำ
ทางฝ่าย “ชาวยุทธ์” จะสามารถกระทาได้ง่ายกว่าฝ่าย จิตใจของใคร ของมัน แต่ผู้รู้ทั้งหลายก็ได้พากันเตือนว่า
“ชาวพุทธ” มาก เพราะสามารถประยุกต์เอาศาสตร์สมัยใหม่ จะยังไงก็ตาม “ปัญญา” ควรจะต้องมาก่อน “ศรัทธา”
ี
มาเป็นตัวช่วย ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราต้องการท่จะทดสอบ แปลงภาษา “ชาวพุทธ” ให้เป็นภาษา “ชาวเรือ”!..
หลักนิยม หรือยุทธวิธ ของการปฏิบัติการทางทหาร คำาว่า “ศรัทธา” (ความเชื่อ - ความเลื่อมใส) เทียบได้กับ
ี
อย่างใดอย่างหนึ่ง เราก็สามารถกำาหนด โจทย์ ตัวผู้เล่น ขุมกาลัง พลังขับเคล่อน ท่จะช่วยผลักดันให้เรือลาน้น
ำ
ี
ั
ื
ำ
่
ี
ทั้งสองฝ่าย แล้วนำามา “เล่นเกมส์” ในการรบ ที่เรียกว่า โลดแล่นไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงสุด ในขณะท “ปัญญา”
ี
“ยุทธกีฬา” ด้วยเคร่องฝึกจาลองยุทธ (Wargame (ความรอบร - ความร้ท่ว) เทียบได้กับ “เข็มทิศ” ท่จะช่วย
้
ู
ื
ั
ู
์
ำ
ี
ำ
ั
ี
ั
ำ
Simulator) เม่อเล่นซำ้าไปซำ้ามาหลาย ๆ คร้ง ก็พอท่จะหา นาทาง ให้เรือลาน้นโลดแล่นไปถึงท่หมายได้โดยปลอดภัย
ื
คำาตอบที่น่าเชื่อถือได้แล้ว พร้อมกันน้น “สติ” ซ่งควรจะตามมาควบค่กับปัญญา
ู
ั
ึ
แต่สาหรับฝ่าย “ชาวพุทธ” กรรมวิธีของการดับทุกข ์ ก็จะเปรียบเสมือน “หางเสือ” เพ่อทาหน้าท่คอยคัดท้ายเรือ
ี
ำ
ำ
ื
ื
ื
ิ
โดยส้นเชิงน้น ยาวนาน ต่อเน่อง ซับซ้อน และอ่อนไหว ให้แล่น ฝ่ากระแสคล่น ฝืนกระแสลม และรักษา
ั
ี
ี
ู
้
ึ
ึ
ู
ึ
่
ั
ื
เสมอนกบการปนไตขนยอดเขาวงกต จงตองพงผรคอย หัวเรือให้หันไปตรงทิศท่หมาย ท่ต้องการไปถึงอย่เสมอ
้
่
ี
้
้
ู
ั
ี
ึ
้
แนะนาส่งสอน ซ่งบรรดาเกจิอาจารย์หรือพระอริยสงฆ ์ ณ จุดน ผ้เขียนมีความม่นใจว่า บรรดาชาวเรือท้ง ั
ู
ำ
ั
ี
ท้งหลาย ต่างก็จะช้แนะในเส้นทางท่ท่านถนัด หรือเคยบากบ่น หลายก็ควรจะนึกภาพออกว่า...เรืออะไรก็ตาม ถ้าพอแล่น
ั
ั
ี
ฟันฝ่าจนสาเร็จมาแล้ว บางท่านก็ใช้วิธีไต่ข้นตรง ๆ เลย พ้นท่นปากร่อง ก็ส่งเคร่อง “เดินหน้าเต็มตัว - เต็มท่”
ึ
ื
ั
ุ
ำ
ี
สูงชันอย่างไรก็ไม่ย่อท้อ บางท่านใช้วิธีเดินสบาย ๆ โดยไม่มีหรือไม่สนใจใน เข็มทิศ และหางเสือ...สุดท้ายแล้ว
ในทางทเรียบหรอสะดวกกว่า บางทานก็เลอกหาทางลด จะเกิดอะไรขึ้น ? การมีแต่ “ศรัทธา” โดยไม่มี “ปัญญา”
ั
่
ื
่
ื
ี
หรือใช้ตัวช่วย เครื่องช่วย ฯลฯ ความแตกต่างในกรรมวิธีนี้ คอยควบคุมกำากับ ก็คงจะเป็นเช่นเดียวกัน
ู
หลายคนอาจจะสับสน สงสัย แต่ผ้เขียนมีความเห็นว่า
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ 61

