Page 59 - นาวิกศาสตร์ เดือน มีนาคม ๒๕๕๙
P. 59

นั่งรถสองแถวประจำทางจากแผงไป รถนี้ออกทุกครึ่ง  ที่ตลาดโต้รุ่งสัตหีบ ตอนนั้น แม่แก้วไปทำงานใหม่ ๆ

            หรือหนึ่งชั่วโมงตามช่วงเวลาเร่งด่วนและไม่เร่งด่วน   ไม่รู้ว่าสัตหีบอยู่ไกลตั้งสิบกว่ากิโลเมตร เลยหลงกล
            ตามประสารถประจำทางต่างจังหวัดที่มีปริมาณ       นั่งซ้อนท้ายไปด้วย การขี่รถมอเตอร์ไซด์บนถนนสุขุมวิท
            ผู้ใช้น้อย บางทีก็หายไปไม่มาตามเวลาก็มี ปล่อยให้เรา  ช่วงหัวค่ำนี้นับว่าอันตราย แต่ในสมัยนั้นไปได้เพราะ
            แต่งตัวรอเก้อกันไปเป็นชั่วโมง                  ค่อย ๆ ขับไปไม่รีบร้อน และรถยนต์บนถนนมีน้อยกว่า
                รถนี้วิ่งออกจากเกล็ดแก้วแวะรับคนตามเส้นทาง    รถมอเตอร์ไซด์มาก  รถมอเตอร์ไซด์เหมือนเป็นขา
            ที่กำหนด วนรับคนตามบ้านพัก แล้วออกจากเกล็ดแก้ว     ที่พาเราไปไหนมาไหนได้อย่างรวดเร็ว
            ไปแวะรับคนต่อที่ตามบ้านพักในโรงเรียนพลทหาร          ตลาดโต้รุ่งสัตหีบเป็นร้านอาหารทั้งแบบรถเข็น

            การรับคนขึ้นรถนี้มีทั้งคนที่รออยู่หน้าบ้านพร้อมขึ้นรถ   และตึกแถวที่มารวมตัวกันขายบนถนนเส้นหนึ่งใจกลาง
            กับอีกพวกที่ยังอยู่ในบ้าน แต่คนขับรู้ว่าไปแน่ รายหลังนี้   ตลาดสัตหีบ จะเริ่มเปิดขายตอนเย็นถึงกลางคืน อาหาร
            คนขับถึงกับจอดรอหน้าบ้าน แล้วร้องเรียกให้คนที่จะไป   ที่ขายก็เหมือนตลาดโต้รุ่งทั่วไปตั้งแต่ร้านข้าวต้มกุ๊ย
            ให้ออกจากบ้านปิดบ้านปิดช่องมาขึ้นรถ (พ่อบุญบอกว่า   (มีร้านอร่อยร้านหนึ่งรอนานมาก  ห้ามบ่น  และมี
            ยังดีกว่ารถประจำทางแถวบ้านพ่อบุญที่ต่างจังหวัด   สโลแกนประจำร้านว่า  “รอหน่อย  อร่อยแน่”)
            เพราะรถจะจอดรอ  แล้วตะโกนถามกันว่าไปไหม        ข้าวต้มเครื่อง ผัดไทย หอยทอด ก๋วยเตี๋ยว อาหาร
            ตั้งแต่เห็นคนเดินตัดทุ่งนามาในระยะไกลมาก) ระยะทาง   ตามสั่ง และร้านขนมหวาน ฯลฯ
            ๕ - ๖ กิโลเมตร แต่กว่าจะออกจากปากทางสุขุมวิทได้     “บะหมี่ลอยฟ้า” ที่พ่อบุญโฆษณาว่าอร่อยที่สุด
            น่าจะราวครึ่งชั่วโมง จากนั้นวิ่งไปสุดสายที่ตลาดสัตหีบ   ในสัตหีบ มีจุดขายตรงที่โยนเส้นบะหมี่ที่ลวกแล้วไปบนฟ้า

            รวมเวลาเดินทางน่าจะ ๑ ชั่วโมงเต็ม ๆ เรียกว่าเป็นรถ  แล้วให้อีกคนไปเอาชามรอรับ  จากนั้นก็นำมาเติม
            ที่หวานเย็นมาก (“รถหวานเย็น” เป็นคำสแลงที่พวกเรา   เครื่องปรุงต่าง ๆ ให้เรากิน ที่น่าขำ คือ เมื่อเรามองไป
            ใช้เรียกรถที่ขับช้า ๆ แวะรับคนไปเรื่อย ๆ ไม่รีบร้อน)     บนสายไฟฟ้าที่เป็นเส้นทางการโยน พบว่ามีเส้นบะหมี่
            ถนนในสัตหีบว่างมากแต่รถกลับขับช้า ๆ ไม่รีบร้อน      ติดอยู่เป็นกระจุกบนสายไฟฟ้าเยอะแยะเลย บะหมี่
            ไม่เหมือนรถเมล์ในกรุงเทพฯ ที่มีรถจำนวนมาก รถติด     ลอยฟ้านี้ขายดี และอร่อยสมคำโฆษณาของพ่อบุญ
            ยังขับซิ่งได้ คิดดูแล้วทั้งรถสองแถว และเมืองหลังเขานี้  (รอดตัวไป) จากนั้นเราก็ไปกินขนมน้ำแข็งไสจำพวก
            เหมือนนาฬิกาที่เดินช้ากว่าโลกภายนอก แม่แก้วจึงรู้สึกว่า   ซาหริ่ม ทับทิมกรอบ รวมมิตร ขนมใส่น้ำกระทิสด

            ช่วงนี้เป็นรอยต่อของการเป็นคนกรุงเทพฯ กับคนสัตหีบ   กับน้ำเชื่อมหอม ๆ ที่ไสน้ำแข็งด้วยม้าไม้แบบโบราณนี้
            จนพ่อบุญบอกว่า แม่แก้วเป็นคนขัดแย้งในตัวเอง    หอมอร่อยมาก
                สำหรับแม่แก้วแล้ว วิธีแรกไปเองไม่ได้เพราะเป็น       ของโปรดอื่น ๆ ในตลาดโต้รุ่งสัตหีบ ยังมีร้าน
            ผู้หญิงขับรถมอเตอร์ไซด์ไม่คล่อง ปกติครูผู้หญิงจะไม่  ขายโรตีที่ต้องยืนรอคิวกันเลย เพราะทอดร้อน ๆ กรอบ ๆ
            ขับรถออกไปไหนไกล ๆ หรือออกจากโรงเรียนชุมพลฯ    ชุ่มนมข้นหวานและน้ำตาล พี่บางคนชอบทานน้ำเต้าหู้
            โดยไม่จำเป็น  ที่ไปเองไกลสุดน่าจะเป็นบางเสร่      เต้าฮวย ก็มีเจ้าเก่าที่ขายมานานแล้วเช่นกัน ไม่รวมถึง
            กับปากทางสุขุมวิท ส่วนพวกผู้ชายนี้จะไปกันไกล ๆ      ขนมถาด ขนมไทย ๆ พวกขนมชั้น หม้อแกง ทองหยิบ
            ทั้งพัทยา  (ชอบไปกันตอนดึก  ๆ  มาก)  เตาถ่าน      ทองหยอด และฝอยทอง ฯลฯ
            และสัตหีบ ฯลฯ                                      บะหมี่ลอยฟ้านี้  ตอนหลังขายดีจนไม่ต้องโยน

                ตอนไปทำงานใหม่  ๆ  พ่อบุญมาชวนแม่แก้ว      ลอยฟ้าก็ขายได้  แม่แก้วจำได้ว่าไปกินได้ไม่กี่ครั้ง
            ไปตลาดสัตหีบ  บอกว่าจะพาไปกินบะหมี่ลอยฟ้า      ก็ไม่ลอยฟ้าแล้ว และภายหลังรูปแบบร้านก็เปลี่ยนไป


            58     นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๙  เล่มที่  ๓  มีนาคม  ๒๕๕๙
   54   55   56   57   58   59   60   61   62   63   64