Page 69 -
P. 69
ั
ทัศนศึกษา แต่ขณะน้นสถานการณ์ในประเทศศรีลังกา ยังไม่ เป็นท่าเรือเก่า มีกงสุลไทย ผู้ช่วยทูตทหารเรือไทย และ
สงบดีจึงยังไม่ได้ปล่อย รอจนกระทั่งเอกอัครราชทูตไทย วงดุริยางค์ของกองทัพเรืออินเดียมารอรับ เมื่อเทียบท่า
ื
็
ึ
ิ
้
ึ
ี
ั
ั
่
ี
ู
(เป็นผ้หญง) มาชแจงให้หม่เรอฝึกทราบสถานการณ์ให้ เสรจนกเรยนกไปทศนศกษาในตวเมองบอมเบย์ซงกเป็น
ั
ู
็
ื
็
เรียบร้อยก่อนจึงปล่อยนักเรียนได้ นนร. จึงได้เข้าไปในเมือง เมืองเก่า การเดินทางก็ไม่มีรถปล่อย ต้องเดินจากท่าเรือ
ี
ึ
ั
ั
ซ่งเป็นเมืองเก่าแก่ค่อนข้างจะทรุดโทรม ท้งน้ประเทศ ท่ค่อนข้างสกปรกเป็นเวลาเกือบช่วโมงจึงจะถึงตัวเมือง
ี
ศรีลังกามีประชากรประมาณ ๑๗ ล้านคน ประกอบด้วย ในเมืองน้ท่ท่าเรือนอกจากจะมีเรือสินค้า แล้วยังมีฐานทัพเรือ
ี
ี
ชาวสิงหล ทมฬ และอก ๒ ชนชาติ นับถอศาสนา ภาคตะวันตกของอินเดียต้งอยู่ด้วย จึงมองเห็นเรือรบและ
ั
ิ
ื
ี
ื
ั
้
ิ
พุทธ ฮินดู และคริสต์ และยังมีการแบ่งช้นวรรณะอยู่ เรอบรรทกเครองบนจอดเทียบทาอย่ดวย สาหรบของท่ระลึก
่
ู
่
ุ
ี
ั
ื
�
�
ี
�
ื
วันหยุดราชการไม่ใช่วันเสาร์อาทิตย์แต่เป็นวันพระ ดังน้น ท่พอซ้อได้จาพวกผ้าปูเตียง กาไล สร้อย กระเป๋าหนัง
ั
ี
ึ
ปีหน่งจึงมีวันหยุดประมาณ ๑๐๐ กว่าวัน ในระหว่าง และหนังสือต่าง ๆ ประมาณวันท่ ๑๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๒
ั
ี
ี
เรือจอดผู้เขียนได้เป็นตัวแทนไปร่วมงานเล้ยงท่บ้าน เรือออกเดินทางอีกคร้ง “หมู่เรือฝึกออกจำกท่ำเรือ
ท่านเอกอัคราชทูต ท่านได้เล่าให้ฟังหลายเร่อง เช่น คนไทย บอมเบย์ มุ่งหน้ำกลับสู่เกำะตะรุเตำ กำรเดินทำงครั้งนี้
ื
ิ
ท่ทางานในศรีลังกากับบริษทญปุ่น สนค้าท่มีช่อของ ใช้เวลำประมำณ ๗ วัน ๒๒ ชั่วโมง” เป็นการเดินทาง
�
ี
ื
ี
ี
ั
่
้
ื
ี
ื
�
ี
ศรีลังกา เช่น เพชร พลอย เคร่องเทศ และชา ท่มีช่อเสียง ท่ค่อนข้างนาน ยังจาได้ว่าไม่ได้อาบนาจืด ในทุกเย็นจะได้
�
�
้
ื
และนิยมซื้อ คือ ชำซีลอน ใส่กล่องไม้อย่างสวยงาม และ อาบนาทะเลและทาแป้งอังกฤษตรางู เม่อเขียนมาถึง
นอริตำเก (Noritake) ซึ่งเป็นสินค้าหัตถกรรม นอกจาก ตรงน้ก็ทาให้นึกได้ว่าตอนไปสมทบเป็นต้นหนเรือหลวง
ี
�
ื
ี
่
ิ
ั
ี
ี
็
สนค้าแล้วศรลงกาในสมัยนนยงม Casino ด้วย ในคน สายบุรี ปฏิบติราชการพ้นททัพเรือภาค ๒ กเคยออกเรือนาน
ั
ั
้
ื
ั
วันท่ ๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๒ ก่อนออกเรือมีงานเลี้ยงบน ประมาณ ๗-๘ วันเหมือนกัน โดยเส้นทางเดินเรือออกจาก
ี
ิ
เรือหลวงสีชัง ศรีลังกาได้มีการแสดงที่มีเครื่องดนตรีหลัก ฐานทัพเรือสัตหีบก็ว่งลงใต้มุ่งหน้าออกปากอ่าวไทย
ได้แก่ กลอง ปี่ ขลุ่ย และการแสดงการร่ายร�า ซึ่งการตี แล้วออกลาดตระเวนในเส้นทางอาณาเขตทางทะเล
จังหวะจะเร่งเร้า รุนแรง รวดเร็ว ขาดความอ่อนช้อย กับประเทศเพ่อนบ้าน ต้งแต่บริเวณปลายแหลมกาเมา
ื
ั
งดงาม ส่วนของไทยเป็นการแสดงศิลปะป้องกันตัว ลงไปเรื่อย ๆ ได้เห็นเรือประมงหลายสิบล�าที่แสดงความ
ี
่
ั
เหมือนกับทุกคร้ง วันรุ่งข้นเรือออกเดินทางจากโคลัมโบ ดีใจท่ได้เห็นเรือรบ “พใหญ่” ออกลาดตระเวนได้ช่วยเหลือ
ี
ึ
ไปกรุงบอมเบย์ ประเทศอินเดีย ในระหว่างการเดินทาง ลูกเรือประมงด้วยการตรวจรักษาพยาบาล และให้ยา
มีการฝึกใหม่ คือ ฝึกเก็บคนตกน�้ำด้วยเรือใหญ่ในเวลำ สามัญประจาบ้าน ส่วนพ่น้องชาวประมงก็จะให้ปลา
ี
�
กลำงคืน ที่ต้องใช้วิธีการเก็บแบบ Williamson Turn เป็นของตอบแทนระหว่างกัน เหนือส่งอ่นใดคือ พ่น้อง
ี
ิ
ื
�
ึ
้
(กรณีไม่เห็นคนตกนา) ส่วนอีกวิธีหน่งก็คือ Full Rudder ชาวประมงได้รับความอบอุ่นใจ เพราะเป็นการป้องปรามไม่ให้
็
้
ื
�
�
Turn (กรณีเห็นคนตกนา) สาหรับวิธีเกบแบบ Williamson เรือรบของประเทศเพ่อนบ้านมาจับ หรือยึดเรือประมงไทย
Turn ดังนี้ “ถ้าคนตกน�้ากราบขวา จะใช้เข็ม ๖๐ องศา ได้เป็นอย่างดี นอกจากได้พบกับเรือประมงแล้วยังได้พบเรือ
กับเข็มเดิม จากน้นก็หางเสือซ้ายหมด จนเรือหันกลับ สินค้า แท่นขุดเจาะนามันและก๊าซธรรมชาติอีกหลายแท่น
ั
�
้
มาเส้นทางเดิม” เช้าวันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๒ ใกล้ ท่สว่างไสวในเวลากลางคืน ก็ถือเป็นการออกปฏิบัต ิ
ี
�
ี
ื
�
อินเดียแล้ว มีเรือตรวจการณ์ของอินเดียและรัสเซีย ราชการในทะเลของทหารเรือท่ได้ทาประจาทุกวัน เพ่อ
�
มาลาดตระเวนให้เห็น จนเวลา ๑๐๐๐ ก็รับนาร่องข้นเรือ คุ้มครองผลประโยชน์ของชาติทางทะเลของไทย กลับมา
ึ
นาเรือเข้าร่องนา มองเห็น GATEWAY OF INDIAN อยู่ทาง ท่การฝึกภาคทะเลระหว่างการเดินทางก็ปฏิบัติตาม
�
้
ี
�
กราบซ้าย เรือเข้าเทียบท่า Prince’s Dock Bombay ตารางฝึกทุกวัน ยกเว้นวันที่ ๑๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๒
นาวิกศาสตร์ 67
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕

