Page 32 - พระราชประวัติ รัชกาลที่ 5
P. 32

ั
                       เดิมเสนาบดีมีฐานะต่าง ๆ กัน แบ่งเป็น 3  คือ เสนาบดีมหาดไทยกับกลาโหมมีฐานะเป็นอครมหา
               เสนาบดี เสนาบดีนครบาล พระคลังและเกษตราธิการ มีฐานะเป็นจตุสดมภ์ เสนาบดีการต่างประเทศ ยุติธรรม

               ธรรมการและโยธาธิการ เรียกกันว่า เสนาบดีต าแหน่งใหม่ ครั้นเมื่อมีประกาศ เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2435
               จึงเรียกเสนาบดีเหมือนกันหมด ไม่เรียกอัครเสนาบดีและจตุสดมภ์อีกต่อไป






























                                                       . กระทรวงมหาดไทย

               กระทรวงซึ่งมีอยู่ในตอนแรก ๆ เริ่มนั้นมีเพียง 6 กระทรวง คือ
                       1. กระทรวงมหาดไทย มีหน้าที่ปกครองหัวเมืองฝ่ายเหนือ

                       2. กระทรวงกลาโหม มีหน้าที่ปกครองหัวเมืองฝ่ายใต้ และการทหารบก ทหารเรือ
                       3. กระทรวงนครบาล มีหน้าที่บังคับบัญชาการรักษาพระนคร คือปกครองมณฑลกรุงเทพ ฯ
                       4. กระทรวงวัง มีหน้าที่บังคับบัญชาการในพระบรมมหาราชวัง

                       5. กระทรวงการคลัง มีหน้าที่จัดการอันเกี่ยวข้องกับต่างประเทศ และการพระคลัง
                       6. กระทรวงเกษตราธิการ มีหน้าที่จัดการไร่นา
                                                                                              ี
                                                                                           ิ่
                       เพื่อให้เหมาะสมกับสมัย จึงได้เปลี่ยนแปลงหน้าที่ของกระทรวงบางกระทรวง และเพมอก 4 กระทรวง
               รวมเป็น 10 กระทรวง คือ
                       1.  กระทรวงการต่างประเทศ  แบ่งหน้าที่มาจากกระทรวงการคลังเก่า มีหน้าที่ตั้งราชทูตไปประจ า

               ส านักต่างประเทศ เนื่องจากเวลานั้นชาวยุโรปได้ตั้งกงสุลเข้ามาประจ าอยู่ในกรุงเทพ ฯ บ้างแล้ว สมเด็จกรม
               พระยาเทววงศ์วโรปการ เป็นเสนาบดีกระทรวงนี้เป็นพระองค์แรก และใช้พระราชวังสราญรมย์เป็นส านักงาน
               เริ่มระเบียบร่างเขียนและเก็บจดหมายราชการ ตลอดจนมีข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยมาท างานตามเวลา ซึ่ง

               นับเป็นแบบแผนให้กระทรวงอื่น ๆ ท าตามต่อมา
                                                           ิ
                                                   ิ
                       2. กระทรวงยุติธรรมแต่ก่อนการพจารณาพพากษาคดีไม่ได้รวมอยู่ในกรมเดียวกัน และไม่ได้รับค าสั่ง
                                                       ิ
               จากผู้บังคับบัญชาคนเดียวกัน เป็นเหตุให้วิธีพจารณาพพากษาไม่เหมือนกัน ต่างกระทรวงต่างตัดสิน จึง
                                                               ิ
               โปรด ฯ ให้รวมผู้พิพากษา ตั้งเป็นกระทรวงยุติธรรมขึ้น
   27   28   29   30   31   32   33   34   35   36   37