Page 35 - พระราชประวัติ รัชกาลที่ 5
P. 35

ไทยเสียดินแดนให้กับฝรั่งเศส
                       เสียดินแดนครั้งแรก ใน พ.ศ. 2410 ไทยต้องเสียเขมรส่วนนอก เพราะหลังจากฝรั่งเศสยึดดินแดน

                                                         ิ
               บางส่วนของญวนได้ก็ใช้ดินแดนนี้เป็นที่มั่นขยายอทธิพลเข้าไปในเขมร ซึ่งขณะนั้นเป็นประเทศราชของไทย
                    ้
               โดยอางว่าตนเป็นผู้สืบสิทธิญวนเหนือเขมร เพราะฝรั่งเศสอางว่าเขมรเคยเป็นประเทศราชของญวนมาก่อน
                                                                  ้
               เมื่อฝรั่งเศสได้ญวนฝรั่งเศสจึงต้องมีสิทธิปกครองเขมรด้วย
                       เสียดินแดนครั้งที่ 2 ใน พ.ศ. 2431 ต้องทรงยอมเสียแคว้นสิบสองจุไทให้ฝรั่งเศส เพราะเมื่อฝรั่งเศส

                                                                  ั
               ยึดญวนได้หมด ญวนอ้างว่าดินแดนแคว้นสิบสองจุไทและหัวพนห้าทั้งหกเคยเป็นของตนมาก่อน ฝรั่งเศสจึงถือ
               เป็นข้ออ้างเข้ายึดแคว้นสิบสองจุไท ทั้งที่ขณะนั้นแคว้นสิบสองจุไทเป็นหัวเมืองของลาว และลาวก็เป็นประเทศ
               ราชของไทยฝรั่งเศสก็ไม่ให้ความสนใจ ไทยจึงต้องเสียแคว้นสิบสองจุไท หัวพนห้าทั้งหก เมืองพวน แคว้นหลวง
                                                                              ั
               พระบาง แคว้นเวียงจันทน์ ค าม่วน และแคว้นจ าปาศักดิ์ฝั่งตะวันออก (หัวเมืองลาวทั้งหมด) โดยยึดเอาดินแดน

               สิบสองจุไทย และได้อ้างว่าดินแดนหลวงพระบาง เวียงจันทน์ และนครจ าปาศักดิ์เคยเป็นประเทศราชของญวน
               และเขมรมาก่อน จึงบีบบังคับเอาดินแดนเพิ่มอีก เนื้อที่ประมาณ 321,000 ตารางกิโลเมตร
               ต่อมาฝรั่งเศสพยายามเกลี้ยกล่อมและผูกมิตรกับชาวลาวทุกชั้นด้วยกลวิธีต่างๆ ให้ชาวลาวยอมรับอานาจการ

               ปกครองของฝรั่งเศส และเมื่อสยามพยายามที่จะปกป้องอาณาเขตของตน ฝรั่งเศสก็กล่าวหาว่าการกระท าของ

               สยาม เป็นการเตรียมที่จะท าสงครามกับฝรั่งเศส การคุกคามของฝรั่งเศสเริ่มรุนแรงขึ้น ยิ่งเมื่อฝรั่งเศสคาดว่า
               ลาวเต็มใจที่จะอยู่ในปกครองของตน ฝรั่งเศสก็ยิ่งคุกคามสยามหนักขึ้น แม้สยามจะเสนอให้มีการเจรจาเรื่อง
               เขตแดนให้ชัดเจนเรียบร้อยก่อน แต่ฝรั่งเศสก็หลีกเลี่ยงบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด

                       ความสัมพันธ์ระหว่างสยามกับฝรั่งเศสจึงอยู่ในภาวะตึงเครียด มีการปะทะกันประปรายตามล าน้ าโขง
               และยิ่งตึงเครียดขึ้นเมื่อฝรั่งเศสส่งก าลังทหารญวนและเขมรคืบคลานเข้ายึดดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ าโขง ซึ่งก็
               คือหัวเมืองลาวทั้งหมด สยามพยายามต่อสู้กับฝรั่งเศสด้วยวิธีสันติ เช่น ขอให้มีการเจรจาปักปันเขตแดนซึ่ง
               ขณะนั้นยังไม่เรียบร้อยตามมาตรฐานของอารยประเทศ เป็นการใช้วิธีทางการทูตน าการทหารซึ่งเป็นวิถีทาง
               ของประเทศที่เป็นอารยะ แต่ฝรั่งเศสก็ไม่ยอม คงบ่ายเบี่ยงไม่ยอมเจรจาด้วย และส่งทหารญวนเขมรเข้ายึดหัว

               เมืองลาว






























                                                     เรือปืนโกแมตของฝรั่งเศส
   30   31   32   33   34   35   36   37   38   39   40