Page 14 - การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง โดยทีมสหสาขาวิชาชีพ
P. 14
แนวทางเวชปฏิบัติการดูแลผู้ป่วย โรคไตเรื้อรังระดับโรงพยาบาลชุมชน
ุ
ศ.กิตติคณ นพ.เกรียง ตั้งสง่า
สาขาวิชาโรคไต ภาควิชาอายุรศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย
ปธ.อนุกก. ฝ่ายวิจัย สถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์
การบรรยายในวันนี้อ้างอิงตามเอกสารทางวิชาการสำคัญสองฉบับ ฉบับแรกคือ KDIGO Chronic
Kidney Disease (CKD) Guideline ซึ่งเป็นคำแนะนำสำหรับการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง (CKD) ที่แพทย์ทั่ว
โลกใช้เป็นแนวทางการดูแลผู้ป่วย (1) และเอกสารอ้างอิงลำดับที่สองคือ คำแนะนำการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง
ก่อนการบำบัดทดแทนไต พ.ศ. 2558 จัดพิมพ์โดย สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย (2) ปรัชญาสำคัญที่ใช้
สำหรับการดูแลผู้ป่วย อาศัยตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดช
มหาราช บรมนาถบพิตร และนำมาประยุกต์ใช้ในบริบทของโรงพยาบาลชุมชน โดยมีใจความสำคัญว่า “การ
พัฒนาตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง คือ การพัฒนาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของทางสายกลางและความไม่ประมาท โดย
คำนึงถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ตลอดจนใช้ความรู้ความรอบคอบ และ
คุณธรรม ประกอบการวางแผน การตัดสินใจและการกระทำ” การดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง มีองค์ประกอบ
สำคัญดังต่อไปนี้
1. การวินิจฉัย
คำแนะนำที่ 1.4.1 ของ KDIGO Chronic Kidney Disease (CKD) Guideline เรื่องการวินิจฉัยโรค
ไตเรื้อรัง (1) การวินิจฉัยอาศัยเกณฑ์ 2 ด้าน
ด้านแรก คือ เกณฑ์การทำงานของไต ซึ่งแบ่งตามค่า Estimated Glomerular Filtration Rate
(eGFR) ออกเป็นระยะต่าง ๆ ดังแสดงในรูปที่ 1
ด้านที่สอง คือ เกณฑ์การพบภาวะมีโปรตีนรั่วในปัสสาวะ (proteinuria) หรือภาวะมีอัลบูลมินรั่วใน
ปัสสาวะ (albuminuria) พบมีอย่างใดอย่างหนึ่งก็ถือว่าไตบกพร่องในเชิงคุณภาพ ขอเน้นว่าปกติการตรวจ
ปัสสาวะพบ albuminuria จะแสดงความเป็นโรคไตได้ไวกว่าการตรวจปัสสาวะพบ proteinuria (หมายถึงการ
ตรวจด้วยแถบสีจุ่ม urine dipstick) ดังนั้นถ้าใช้เกณฑ์การตรวจด้วย albuminuria จะได้จำนวนผู้ป่วยเป็นโรค
ไตเรื้อรังระยะ 1 และ 2 มากกว่า เมื่อใช้เกณฑ์การตรวจ proteinuria ด้วยวิธี protein dipstick
6

