Page 19 - การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง โดยทีมสหสาขาวิชาชีพ
P. 19
6. การควบคุมความดันโลหิต
ในคำแนะนำที่ 3.1.1 ของ KDIGO CKD Guideline เกี่ยวกับเรื่องการควบคุมความดันโลหิตในผู้ป่วยโรค
ไตเรื้อรัง ได้แนะนำว่าควรควบคุมความดันโลหิตผู้ป่วยที่ 140/90 มิลลิเมตรปรอท แต่ถ้าผู้ป่วยมีภาวะ
proteinuria หรือภาวะ albuminuria แล้ว ควรควบคุมความดันที่130/80 มิลลิเมตรปรอท
จากประสบการณ์การติดตามผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่ได้รับการดูแลแบบผสมผสาน ด้วยทีมสหสาขาวิชาชีพที่
โรงพยาบาลชุมชน ร่วมกับการมีทีมเยี่ยมบ้านโดยพยาบาลจาก โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.)
ร่วมกับเจ้าหน้าที่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ของโครงการวิจัยนี้ พบว่า ผู้ป่วยที่สามารถ
ควบคุมความดันโลหิตที่ 130/80 มิลลิเมตรปรอท จะมีอัตราการลดลงของ eGFR ช้ากว่าผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ที่มี
ความดันโลหิตเฉลี่ยที่สูงกว่านี้ และเนื่องจากผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังมักมี proteinuria อยู่แล้ว มากบ้าง น้อยบ้าง
ดังนั้นก็อาจอนุมานได้ว่า ในทางปฏิบัติหากไม่มีข้อห้ามอื่น ๆ ควรควบคุมความดันโลหิตผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังให้อยู่
ที่ 130/80 มิลลิเมตรปรอท
้
7. ชนิดของยาลดความดันโลหิตที่ควรใช
ในคำแนะนำที่ 3.1.6 ของ KDIGO CKD guideline (1) ได้แนะนำให้ใช้ยา Angiotensin Converting
Enzyme Inhibitor (ACEi) หรือกลุ่ม Angiotensin Receptor Blockade (ARB) เป็นยาสองกลุ่มแรกที่จะ
นำมาใช้ และแนะนำให้ติดตาม serum creatinine และ serum potassium ในช่วง 2-3 สัปดาห์หลังเริ่มใช้ยา
ั้
อย่างไรก็ตามในทางปฏิบัติจริง พบว่าแพทย์ยังมีความกังวลที่จะใช้ยากลุ่มทงสองนี้ ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะที่
3 และ 4 และแม้ในผู้ป่วยรายที่ได้รับยากลุ่มทั้งสองอยู่เดิม บางทีแพทย์ก็สั่งหยุดใช้ยาไปก็มี ซึ่งต้องทำความ
เข้าใจกับแพทย์ในกรณีนี้ให้ชัดเจนว่า หากผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังรายใดที่ใช้ยากลุ่มทั้งสองอยู่ก่อนแล้ว และค่าการ
ทำงานของไตไม่ได้ทรุดลงอย่างรวดเร็ว และค่า serum potassium ก็ไม่ได้สูงเกินเกณฑ์ปกติ (ทั้งสองประการ
นี้อาจเป็นผลข้างเคียงของยากลุ่มทั้งสองได้) ก็ยังสามารถให้ผู้ป่วยทานยาทั้งสองกลุ่มนี้ต่อไปได้
8. คำแนะนำเรื่องการบริโภคอาหารเนื้อสัตว์
ในคำแนะนำที่ 3.1.13 ของ KDIGO CKD guideline (1) ได้แนะนำให้ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังบริโภค
สารอาหารโปรตีนวันละ 0.8 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน ซึ่งในเรื่องนี้ทาง อาจารย์เอกหทัย แซ่เตีย
นักกำหนดอาหารของโรงพยาบาลสถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์ ได้สร้างนวัตกรรม คือ “ไม้บรรทัดวัดเนื้อ”
เพื่อใช้คำนวณปริมาณเนื้อสัตว์ที่ผู้ป่วยโรคไตควรรับประทานได้ในแต่ละวัน โดยขึ้นกับตัวแปรสำคัญ คือ เพศ
และความสูงของผู้ป่วย (ซึ่งจะสะท้อนไปถึงน้ำหนักที่พึงประสงค์ หรือ ideal body weight) เชื่อว่าไม้บรรทัด
วัดเนื้อจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการชี้นำปริมาณเนื้อสัตว์ที่ผู้ป่วยควรบริโภคได้ อย่างไรก็ตามในการปฏิบัติที่หน้า
งานกลับพบว่า บุคลากรสาธารณสุขทั้งที่โรงพยาบาลชุมชน และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ใช้ไม้
บรรทัดวัดเนื้อน้อยกว่าที่คาดไว้ในระหว่างการให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วย ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะมีผู้ป่วยโรคไต
11

