Page 17 - การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง โดยทีมสหสาขาวิชาชีพ
P. 17

1.  โรคนิ่วไต  (Kidney stone disease)  ซึ่งต้องอาศัยการถ่ายภาพรังสีช่องท้อง

                     2.  โรคถุงน้ำที่ไต  (Polycystic kidney disease)  ซึ่งต้องอาศัยการตรวจด้วยคลื่นความถี่สูง
                           อัลตราซาวด์

                     3.  โรคไตอักเสบชนิด  (Glomerulonephritis)  ซึ่งต้องอาศัยการตรวจพยาธิสภาพชิ้นเนื้อไต

                     4.  โรคไตจากลูปัส  (Lupus nephritis)  ซึ่งต้องอาศัยการตรวจพยาธิสภาพร่วมกับการตรวจผลเลือด
                     5.  โรคติดเชื้อต่าง ๆ  (systemic & urinary tract infection)  ซึ่งต้องอาศัยการเพาะเชื้อปัสสาวะ

                     6.  โรคหัวใจและหลอดเลือด  (cardiovascular disease)  ซึ่งต้องอาศัยการตรวจเพิ่มเติม

                           อื่น ๆ ตามอาการ
                     7.  โรคเก๊าท์ หรือ ภาวะกรดยูริกสูงในเลือด  (gout or hyperuricemia)  ซึ่งต้องอาศัยการตรวจเลือด

                           หรือการตรวจอื่น ๆ



                       แต่สำหรับการสำรวจความชุกของโรคในระดับประเทศ  ไม่สามารถทำการตรวจทั้งหมดนี้ในประชาชน

               ทุกคนได้เนื่องจากต้องใช้งบประมาณสูง  จนไม่มีประเทศใดในโลกสามารถแบกรับภาระได้  จึงใช้วิธีตรวจหาโรค

               ความดันโลหิตสูงและตรวจหาเบาหวานเป็นสาเหตุสำคัญเท่านั้น

































               รูปที่ 3 การหาสาเหตุของโรคไตเรื้อรัง


               3.  การติดตามการทำงานของไตในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง

                     ในคำแนะนำที่ 2.1 ของ KDIGO CKD Guideline (1)  ได้แนะนำว่า  ในผู้ป่วยกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง (ว่าจะ

               มีการทำงานของไตลดลงเร็ว)  หรือในผู้ป่วยที่ต้องอาศัยค่า eGFR  ประกอบการตัดสินใจเลือกแนวทางการรักษา

               ควรตรวจวัดค่า eGFR  มากกว่า 1 ครั้งต่อปี  ส่วนในคำแนะนำของสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยระบุว่า


                                                                                                          9
   12   13   14   15   16   17   18   19   20   21   22