Page 30 - การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง โดยทีมสหสาขาวิชาชีพ
P. 30
ตารางที่ 4 อุบัติการณ์การเสียชีวิตและการเกิดโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ ระหว่างการวิจัย
Control Intervetion
(n=208) (n=232) Hazard
ภาวะหรือโรค P-value 95%CI
No.of Person No.of Person raton
Events -years Events -years
1.อัตราการเสียชีวิต 4 387.8 5 449.6 0.92 1.07 0.3-3.9
2.โรคหลอดเลือดหัวใจและ
4 384.0 2 448.6 0.33 0.43 0.1-2.3
สมอง
3.โรคไตเรื้อรังระยะสุดท้าย 14 370.5 8 439.6 0.11 0.49 0.2-1.2
4.ค่า serum creatinine
เพิ่มขึ้นร้อยละ 50 31 359.5 23 426.8 0.10 0.64 0.4-1.1
Composite end-point 41 344.3 29 417.6 0.03 0.59 0.4-0.9
(ข้อ1-4)
ผู้ป่วยที่เข้าโครงการวิจัยทั้งสองกลุ่มมีอุบัติการณ์ของการเสียชีวิต และการเกิดโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ
(ได้แก่ การเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง การเกิดโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้าย การพบ serum creatinine
เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 50) ไม่ต่างกัน (ตารางที่ 4) แต่เมื่อนำอุบัติการณ์ทุกชนิดมาวิเคราะห์รวมกัน พบว่า
ผู้ป่วยกลุ่ม Intervention group มีอุบัติการณ์รวม (composite end-point) ต่ำกว่ากลุ่ม Control group
อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P-value = 0.03, hazard ratio = 0.59, Confidence interval = 0.4-0.9) กล่าว
อีกนัยหนึ่งคือ การรักษาแบบบูรณาการสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติการณ์ทางคลินิกแบบรวม ได้สูงถึง
ร้อยละ 41
การนำเสนอผลงานในระดับนานาชาติ
โครงการวิจัยนี้ได้รับคัดเลือกให้ไปนำเสนอในงานประชุมวิชาการทั้งในประเทศและต่างประเทศ และ
ได้รับรางวัล The Best Poster Award of International Society of Nephrology Research in CKD
Prevention ในการประชุมโรคไตนานาชาติ World Congress of Nephrology ในปี 2013 ที่ประเทศฮ่องกง
และตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ BMC Nephrology ในปี 2014 และ 2017
22

