Page 29 - การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง โดยทีมสหสาขาวิชาชีพ
P. 29
ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่ร่วมโครงการวิจัยทั้งสองกลุ่มได้รับยาตามมาตรฐานเวชปฏิบัติในสัดส่วนใกล้เคียงกัน
สิ่งที่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญอย่างเดียวคือ ผู้ป่วยเบาหวาน ในกลุ่ม Intervention group ได้รับ Insulin บ่อย
กว่ากลุ่ม control group ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การควบคุมระดับน้ำตาลสะสม HbA1C ดีกว่าในกลุ่ม
intervention group (ตารางที่ 3)
อย่างไรก็ตามการที่ผู้ป่วยในกลุ่ม Intervention group ในงานวิจัยนี้มีอัตราการเสื่อมของไตช้ากว่า
อาจไม่ได้เกิดจากการได้รับยาเพียงอย่างเดียว แต่อาจเป็นเพราะปัจจัยร่วมอื่น ๆ คือ การปรับพฤติกรรมการ
รับประทานอาหาร การบริโภคลดเค็ม การทานสารอาหารลดโปรตีนดังกล่าวข้างต้น หรืออาจเป็นจากการได้รับ
ความรู้เรื่องการลดการใช้ยาแก้ปวดรุนแรง คือ ยากลุ่ม Non-Steriodal Anti-Inflammatory Drugs (NSAIDs)
ซึ่งผู้ป่วยในกลุ่ม Intervention group มีสัดส่วนการใช้ยานี้น้อยกว่ากลุ่ม control group แม้จะไม่ต่างกันอย่าง
มีนัยสำคัญทางสถิติ แต่อาจแปลความหมายได้ว่าผู้ป่วยกลุ่ม Intervention ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง
มากขึ้นจากการบูรณาการ
ตารางที่ 3 สัดส่วนการได้รับยาแต่ละชนิดระหว่างการวิจัย
ู
ข้อมลพื้นฐานก่อนเริ่มวิจัย ข้อมลเมื่อสิ้นสุดงานวิจัย
ู
Intervention Intervention P
ชนิดยา Control P value Control value
(n=208) (n=232) (n=208) (n=232)
จำนวนชนิดยาลดความดัน 2±0.5 2.2±0.4 0.06 1.8±0.4 2.7±0.5 0.05
จำนวนชนิดยาเบาหวาน 0.8±0.2 1.0±0.3 0.08 0.6±0.1 1.7±0.3 0.24
ACEi/ARBs (%) 91.3 85 0.05 88.9 92.7 0.09
Statines (%) 75.5 71.4 0.33 75 82.9 0.11
Insuline (%) 16.9 21.1 0.10 16.9 28.4 0.01
Antiplatelets (%) 63.9 36.3 0.05 55.8 36.3 0.12
NSAIDs (%) 15.4 19.2 0.09 6.5 7.7 0.18
Control = กลุ่มที่ได้รับการรักษาตามมาตรฐานเดิม , Intervention = กลุ่มที่ได้รับการรักษาแบบมคลินิก
ี
บูรณาการฯ , ACEi = angiotensin-converting enzyme inhibitors , ARB = angiotensin receptor
blocker , NSAIDs = Non-steroidal anti-inflammatory drugs
21

