Page 45 - การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง โดยทีมสหสาขาวิชาชีพ
P. 45
4.3 การควบคุมระดับความดันโลหิต
เป็นที่ทราบกันดีว่า การควบคุมระดับความดันโลหิตให้อยู่เกณฑ์ปกติ เป็นมาตรการ
สำคัญในการรักษาเพื่อชะลอไตเสื่อมในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ปัจจุบันเอกสารคำแนะนำเวชปฏิบัติ
จะแนะนำให้รักษาระดับความดันโลหิตของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่ 2 ค่า คือ 140/90 มิลลิเมตร
ปรอท และ 130/80 มิลลิเมตรปรอท (3, 4)
ในโครงการวิจัยนี้พบว่า ถ้าผู้ป่วยสามารถควบคุมระดับความดันโลหิต ได้ต่ำกว่า
ี่
130/80 มิลลิเมตรปรอท จะมีอัตราการลดลงของ eGFR น้อยกว่ากลุ่มทมีความดันโลหิตสูงเฉลี่ย
เท่ากับหรือ มากกว่า 130/80 มิลลิเมตรปรอท คือ -0.51 เทียบกับ -1.31 mL/นาที/ปี ซึ่งมี
นัยสำคัญทางสถิติ (P-value = 0.04) นอกจากนี้ผู้ป่วยกลุ่มที่มีระดับความดันโลหิตสูงเฉลี่ย
มากกว่า 130/80 มิลลิเมตรปรอท มีโอกาสที่จะเป็น Rapid progression สูงกว่ากลุ่มที่ควบคุม
ระดับความดันโลหิตเฉลี่ยได้ต่ำกว่า 130/80 มิลลิเมตรปรอท ถึง 1.67 เท่า (รูปที่ 11)
รูปที่ 11 ความแตกต่างของอัตราการลดลงของค่า eGFR ระหว่างผู้ป่วยกลุ่มที่สามารถควบคุมให้ค่าความ
่
ดันเฉลี่ยต่ำกว่า 130/80 มิลลิเมตรปรอท เทียบกับผู้ป่วยกลุ่มที่มีค่าความดันเฉลี่ยเท่ากับหรือมากกวา
130/80 มิลลิเมตรปรอท
หากเปรียบเทียบอัตราการลดลงของ eGFR ระหว่างผู้ป่วยกลุ่มที่มีค่าความดันโลหิตเฉลี่ย
ต่ำกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอท เทียบกับกลุ่มที่มีค่าความดันโลหิตเท่ากับหรือสูงกว่านี้ พบว่า
ถ้าดูที่ระดับ 140/90 มิลลิเมตรปรอท ก็พบความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเช่นกัน
คือ กลุ่มผู้ป่วยที่มีระดับความดันโลหิตเฉลี่ยต่ำกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอท มีอัตราการลดลง
ของ eGFR เพียง -0.69 mL/นาที/ปี เทียบกับผู้ป่วยกลุ่มที่มีระดับความดันโลหิตเฉลี่ยมากกว่า
หรือเท่ากับ 140/90 มิลลิเมตรปรอท มีอัตราการลดลงของ eGFR เท่ากับ -2.02 mL/นาที/ปี
ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ป่วยที่ค่าความดันโลหิตเฉลี่ยมากกว่าหรือเท่ากับ 140/90 มิลลิเมตรปรอท มี
โอกาสที่จะกลายเป็น Rapid progrogression มากกว่ากลุ่มที่ระดับความดันโลหิตเฉลี่ยต่ำกว่า
140/90 มิลลิเมตรปรอท ถึง 2.78 เท่า
37

