Page 46 - การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง โดยทีมสหสาขาวิชาชีพ
P. 46
4.4. ภาวะการมีโปรตีนรั่วในปัสสาวะ (Proteinuria) จากการตรวจหาภาวะการมีโปรตีนรั่วในปัสสาวะ
(Proteinuria) ด้วยวิธีใช้แถบจุ่มตรวจในปัสสาวะ (Urine dipstick) พบว่าผู้ป่วยในกลุ่มที่มีโปรตีน
รั่วในปัสสาวะ มีอัตราการลดลงของ eGFR 2.05 mL/นาที/ปี ซึ่งมากกว่ากลุ่มผู้ป่วยที่ไม่พบ
โปรตีนรั่วในปัสสาวะ (Negative proteinuria) ที่มีอัตราการลดลงของ eGFR -0.62
-2.05 mL/นาที/ปี ซึ่งผู้ป่วยที่มีโปรตีนรั่วในปัสสาวะ มีโอกาสเสี่ยงที่จะมี Rapid progression
มากกว่ากลุ่มที่ไม่มีโปรตีนรั่วในปัสสาวะถึง 2.58 เท่า (รูปที่ 12)
รูปที่ 12 ความแตกต่างของอัตราการลดลงของค่า eGFR ระหว่างผู้ป่วยกลุ่มที่ตรวจปัสสาวะด้วยแถบสีจุ่ม
แล้วพบว่ามีโปรตีนรั่วในปัสสาวะ (มี proteinuria) เทียบกับผู้ป่วยกลุ่มที่ตรวจแล้วไม่พบโปรตีนรั่วใน
ปัสสาวะ
4.5. ระดับความเป็นกรดในเลือด (Metabolic acidosis) อาจประเมินภาวะความเป็นกรดในเลือดได้
จากระดับไบคาร์บอเนตในเลือด (Serum Bicarbonate) พบว่า กลุ่มผู้ป่วยที่ควบคุม metabolic
acidosis ได้ไม่ดี คือมีระดับ Serum Bicarbonate ต่ำกว่า 22 meq/L จะมีอัตราการลดลง
ของ eGFR -1.12 mL/นาที/ปี ซึ่งลดลงมากกว่ากลุ่มผู้ป่วยที่มีการควบคุม metabolic acidosis
ได้ดี (คือระดับไบคาร์บอเนตในเลือดเกินกว่า 22 meq/L) ซึ่งมีอัตราการลดลงของ eGFR
-0.85 ml per min per year แต่ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ ผู้ป่วยกลุ่มที่ควบคุมภาวะ metabolic
acidosis ได้ไม่ดี มีความเสี่ยงที่จะเป็น Rapid progrression มากกว่ากลุ่มที่ควบคุมภาวะ
metabolic acidosis ได้ดีถึง 1.68 เท่า (รูปที่ 13)
38

