Page 56 - การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง โดยทีมสหสาขาวิชาชีพ
P. 56
รูปที่ 5 แสดงการติดตามคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยในช่วงปีที่ 1 และปีที่ 2 หลังเริ่มต้นโครงการ
สีน้ำเงิน เป็นปีที่ 0 สีฟ้า เป็นปีที่ 1 สีเทา เป็นปีที่ 2
เปรียบเทียบในแต่ละมิติสุขภาพ มีค่าตั้งแต่ 1-5 ค่าที่ต่ำใกล้ 1 คือ ค่าที่แสดงว่ามีมิติสุขภาพด้านนั้นดี
ที่สุด และค่าที่มากขึ้นค่อนไปทาง 5 แสดงว่ามีมิติสุขภาพด้านนั้นแย่ที่สุด
จากการทบทวนวรรณกรรมพบว่า อาจแบ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตได้เป็น 2 ปัจจัย คือ
1.ปัจจัยทั่วไป ได้แก่ ระดับการศึกษาน้อย โรคประจำตัวของผู้ป่วย (เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ) และ
2.ปัจจัยที่มีการศึกษาผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ได้แก่ มีภาวะโลหิตจาง โรคซึมเศร้า และโรคไตเรื้อรังที่รุนแรง มีระดับ
การทำงานของไตเหลือน้อย (Advanced stage CKD) ปัจจัยเหล่านี้สัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตที่ไม่ดี ในทาง
กลับกันปัจจัยที่ทำให้คุณภาพชีวิตผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังดีขึ้น ได้แก่ การออกกำลังกาย หรือ ถ้ามีภาวะโลหิตจาง
แล้วก็รักษาโลหิตจางด้วยยากระตุ้นเม็ดเลือดแดงแล้วระดับความเข้มข้นเลือดดีขึ้น หรือมีภาวะซึมเศร้าและ
รักษาโรคซึมเศร้าที่ได้รับการรักษาจนดีขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังดีขึ้น
ในส่วนความคิดเห็นของผู้วิจัย ปัจจัยที่น่าจะส่งผลทำให้ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นใน
การศึกษานี้ คือ
ข้อที่ 1 ปัจจัยด้านผู้ป่วย ในโครงการนี้ ทีมผู้วิจัยให้การดูแลผู้ป่วยแบบ integrated care แบ่งเป็น ใน
ระดับโรงพยาบาลอำเภอโดยการดูแลแบบทีมสหสาขาวิชา และการเยี่ยมบ้านโดยทีมจากรพ.สต. ซึ่งผู้ป่วยได้รับ
ิ่
ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคไตเรื้อรังเพิ่มมากขึ้น ทำให้โครงการนี้มีการส่งเสริมให้มีการออกกำลังกายเพมมาก
ขึ้น
48

