Page 19 - ศึกษาพระธรรมโรม NEXUS Online
P. 19

2
                                                       - ศึกษาพระธรรมโรม -

                    เพราะพระเจาทรงทำใหมนุษยเปนผูชอบธรรมโดยพระคุณของพระองค เราจึงไมสามารถอวดอางได เปาโลย้ำ

             อีกครั้งจากขอ 2:17 ที่ยิวอวดอางความเปนยิวของตัวเองเหนือคนตางชาติ ดังนั้นเนื่องจากทุกคนถูกทำใหชอบธรรมโดย
             ความเชื่อจึงไมมีใครสามารถอวดได เปาโลเนนถึงคนยิวที่เชื่อฟงธรรมบัญญัติของโมเสสวาพวกเขานั้นตองการขาว

             ประเสริฐดวยเชนกัน


             รม. 3:29-30          หรือว่าพระเจ้านั้นทรงเป็นพระเจ้าของยิวพวกเดียวเท่านั้นหรือ? พระองค์ไม่ทรงเป็นพระ

                                  เจ้าของพวกต่างชาติด้วยหรือ? ถูกแล้วพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของพวกต่างชาติด้วย
                                  เพราะว่าพระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าองค์เดียว และพระองค์ทรงยกโทษคนที่เข้าสุหนัตโดย

                                  เห็นแก่ความเชื่อ และจะทรงยกโทษคนที่ไม่เข้าสุหนัตก็โดยเห็นแก่ความเชื่อเหมือนกัน


                                                                                         ั
                    ขอ 29-30 ชี้ใหเห็นถึงความเทาเทียมระหวางคนยิวและคนตางชาติ พระเจานั้นทรงตดสินพวกที่เขาสุหนัต
             (คนยิว) และ คนที่ไมเขาสุหนัติ (คนตางชาติ) เปนหลักการเดียวกัน คือ ความเชื่อ


             รม. 3:31             ถ้าเช่นนั้นเราลบล้างธรรมบัญญัติด้วยความเชื่อหรือ? เปล่าเลย เรายังชูธรรมบัญญัติขึ้น

                                  อีก


                    แมวาเวลานี้มนุษยถูกทำใหชอบธรรมโดยความเชื่อ ไมใชผานธรรมบัญญัติ แตเปาโลไมไดลดคุณคาของธรรม

             บัญญัติลงไป เพราะธรรมบัญญญัติทำใหเราเห็นถึงมาตรฐานความบริสุทธิ์ของพระเจา




             2.  ตัวอยางของผูชอบธรรมโดยความเชื่อ (4:1-12)


             รม. 4:1-3            ถ้าอย่างนั้น เราจะว่าอย่างไรในเรื่องอับราฮัมบรรพบุรุษของเราตามสายโลหิต ถ้าอับรา
                                  ฮัมถูกชําระให้ชอบธรรมโดยการประพฤติ ท่านก็มีทางที่จะอวดได้ แต่ไม่ใช่เฉพาะพระ

                                  พักตร์พระเจ้า พระคัมภีร์ว่าอย่างไร? ก็ว่า“อับราฮัมเชื่อพระเจ้า และพระองค์ทรงถือว่า

                                  ท่านเป็นคนชอบธรรม”



                                                                               ็
             รม. 4:4-5            ส่วนคนที่ทํางานก็ไม่ถือว่าค่าจ้างที่ได้นั้นเป็นบําเหนจ แต่ถือว่าเป็นค่าแรงของงานที่ได้
                                  ทํา ส่วนคนที่ไม่ได้อาศัยการประพฤติ แต่ได้เชื่อในพระองค์ผู้ทรงให้คนอธรรมเป็นคน

                                  ชอบธรรมได้ เพราะความเชื่อของคนนั้นพระเจ้าทรงถือว่าเป็นความชอบธรรม


             รม. 4:6-8            ดังที่ดาวิดได้กล่าวถึงความสุขของคนที่พระเจ้าได้ทรงให้เป็นคนชอบธรรม โดยไม่อาศัย

                                  การประพฤติ ว่า“คนทั้งหลายซึ่งพระเจ้าทรงยกการอธรรมของเขาแล้ว และพระเจ้าทรง
                                  กลบเกลื่อนบาปของเขาแล้ว ก็เป็นสุข บุคคลที่องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ได้ทรงถือโทษก็เป็น

                                  สุข”
   14   15   16   17   18   19   20   21   22   23   24