Page 32 - ปกิณกะสาระ บุญส่ง - ปริยา นิลแก้ว
P. 32

๒๖                                                              จิปาถะสาระ


                      ื้
       ๑๒.โปรตีนจากเนอจะย่อยยากและต ้องการเอ็นไซม์หลายชนิดมาช่วยในการ
                                                                    ่
               ื้
       ย่อย  เนอที่ไม่สามารถย่อยได ้ในระบบทางเดินอาหาร จะเกิดการบูดเนา และ
       มีความเปนพิษมากขึ้น
               ็
                                                                        ื้
              ั
                            ็
       ๑๓.  ผนงของเซลล์มะเรงจะมีโปรตีนห่อหุ ้มไว ้  การงดหรือการรับประทานเนอ

       สัตว์น้อยลงจะทาให ้มีเอ็นไซม์เหลือมากพอมาใช ้ โจมตีก าแพงโปรตีนที่ห่อหุ ้ม
                                                                ็
                ็
       เซลล์มะเรง  และช่วยให ้เซลล์ของร่างกายสามารถก าจัดเซลล์มะเรงได ้ดีขึ้น

                                        ่
       ๑๔.   สารอาหารบางอย่างอาจช่วยเพิมภูมิคุ ้มกัน  (สาร  IP6  [inositol  hexa-
       phosphate  หรือ  phyticacid],  สาร  Floressence,  สารEssiac,  สารแอนตี้
                                                   ่
       อ๊อกซิแดนส์,  วิตามิน  ,  เกลือแร่  EFAs  ฯลฯ)  เพือช่วยให ้เซลล์ของร่างกาย
                                                                 ็
                            ็
       สามารถก าจัดเซลล์ มะเรงได ้ดีขึ้น สารอาหารอื่นๆ เช่น วิตามินอี เปนที่ทราบ
       กันดีว่าท าให ้เกิดการตายของเซลล์  หรือก าหนดระยะเวลาการตายของเซลล์
                                                                      ็
       ซึงเปนกลไกธรรมชาติของร่างกายในการก าจัดเซลล์ที่ถูกทาลาย ซึงไม่เปนที  ่
           ็
                                                                 ่
        ่

       ต ้องการหรือไม่มีประโยชน์ ออกไป
                ็
                         ่
                             ั
       ๑๕.  มะเรงเป ็นโรคทีสัมพนธ์กับจิตใจ  ร่างกาย  และจิตวิญญาณ  การปองกัน
                                                                    ้

       เชิงรกและการคิดในเชิงบวก  จะช่วยให ้เราสามารถอยูรอดจากการทาสงคราม
                                                     ่
           ุ
       กับมะเรง  ความโกรธ การไม่ร้จักให ้อภัย และความขมขื่นใจ จะท าให ้ร่างกาย
                                 ู
             ็
                                                         ู
       เกิดความตึงเครียดและมีสภาวะเป ็นกรดเพิ่มขึ้น   ให ้เรียนร้ที่จะมีความรักและ
                                    ู
       จิตวิญญาณแห่งการให ้อภัย เรียนร้ที่จะผ่อนคลายและมีความสุขกับชีวิต
                     ็
       ๑๖.  เซลล์มะเรงไม่สามารถเจริญเติบโตได ้ในสภาวะที่มีอ๊อกซิเจนเปนจานวน
                                                                  ็

       มาก  การออกก าลังกายทุกวัน  และการหายใจลึกๆจะช่วยให ้ร่างกายได ้รับ
                                                 ็
       อ๊อกซิเจนเพิ่มขึ้น   การบ าบัดด ้วยอ๊อกซิเจนถือเปนวิธีการอีกอย่างที่ใช ้ ในการ
                       ็
       ทาลายเซลล์ มะเรง


                                         ่
                                                 ็
                             การดูแลผู้ปวยมะเรง

               ่
                                                       ็
                                     ้
                                     ี
              สิงทีข ้าพเจ ้าจะเล่าต่อไปน    มิได ้คาดหวังให ้เปนวิธีการหรือหลักการ
                  ่
                                                                  ่
       ทั่วไปเกี่ยวกับการดูแลผู้ปวยมะเรงที่จะถือเปนแหล่งอ ้างอิง  แต่เปนสิงทีเขียน
                                                                     ่
                                             ็
                                   ็
                             ่
                                                               ็
       ขึ้นจากการได ้ปฏิบัติจากสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้น  เมื่อผลการปฏิบัติดูเหมือน
                                                                   ั
                            ั
       ได ้ผลดี(จากการไม่พบปญหาใดในระยะเวลาที่ท าเคมีบ าบัด และฉายรงสี) จึง
                                                              ั
       อยากนามาเล่าสู่กันเท่าน้น  ส่วนใครจะนาไปทดลองปฏิบัติก็ไม่ขดข ้อง

                            ั


              ตั้งแต่วันที่ ๒ กันยายน ๒๕๕๓ เปนต ้นมา  ข ้าพเ ้าได ้ทาหน้าที่ดูแล
                                                         จ
                                            ็
                ็
         ่
       ผู้ปวยมะเรง  คือคุณปริยา(ภรรยา)  เริ่มจากการที่เธอต ้องเข ้ารบการผ่าตัดเอา
                                                             ั
                                                               ่
                                                                    ่
       ก ้อนเนอที่อยู่เหนือเต ้านมออกไป เปนที่น่ายินดีที่เปนมะเรงระยะที ๑ ซึงไม่ได ้
             ื้
                                                   ็
                                      ็
                                                        ็
       กระจายไปยังต่อมนาเหลืองและเต ้านม นอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเปน
                         ้
                                                                        ็
       เวลา ๕ วัน แพทย์ผู้ดูแลคือแพทย์หญิงอารีวรรณ สมหวังประเสริฐ  หน่วยงาน
       ศัลยศาสตร์ทั่วไป  สายศีรษะ  คอ  และเต ้านม  ภาควิชาศัลยศาสตร์ ค    ณะ
       แพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  ก าหนดให ้มีการรักษาต่อจากการผ่าตัด
   27   28   29   30   31   32   33   34   35   36   37