Page 276 - book.sakeao62
P. 276

เอกสารโครงการพัฒนาการจัดการศึกษาจังหวัดสระแก้ว :

                                                             การส่งเสริมสมรรถนะและทักษะสําคัญในศตวรรษที่ 21 หน้า 35


                                                  ใบความรู้กิจกรรมเกม PUT ON IT


                       1.  สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว
                            สมการ คือ ประโยคที่แสดงการเท่ากันของจํานวนโดยมีสัญลักษณ์ “ = ” บอกการเท่ากัน  เช่น

                            1.  5 + 6 = 11  เป็นสมการที่ไม่มีตัวแปร

                            2.  9x – 7 = 12  เป็นสมการที่มีตัวแปร x

                            สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว คือ สมการที่มีตัวแปรเพียงตัวเดียวเขียนอยู่ในรูป ax + b = 0 เมื่อ ax +

                       b เป็นพหุนามดีกรี 1 มี x เป็นตัวแปร a , b เป็นค่าคงตัว และ a ≠  0  (ตัวแปรอาจเป็นอักษรอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ x

                       ก็ได้) คําตอบของสมการ คือ จํานวนจริงซึ่งเมื่อนํามาแทนค่าตัวแปรในสมการแล้วทําให้สมการเป็นจริง เช่น
                       สมการ y + 2 = 3 เป็นจริงหรือไม่เป็นจริง ขึ้นอยู่กับค่าของ y ถ้าแทน y ด้วย 1 แล้ว y + 2 = 1 เป็นจริง

                       ถ้าแทน y ด้วยจํานวนอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ 1 แล้ว y + 2 = 3 ไม่เป็นจริง เช่น แทน y ด้วย 5 จะได้ 5 + 2 = 3

                       ไม่เป็นจริง เรียกจํานวนที่แทน y แล้วทําให้ y + 2 = 3 เป็นจริงว่า คําตอบของสมการ y + 2 = 3


                            ดังนั้น 1 เป็นคําตอบของสมการ y + 2 = 3


                            การแก้สมการ คือ การหาคําตอบของสมการ

                            การหาคําตอบของสมการโดยวิธีลองแทนค่าตัวแปรในสมการเพื่อให้สมการนั้นเป็นจริง อาจมีปัญหา

                       ในการใช้วิธีนี้เมื่อสมการมีความซับซ้อนมากขึ้น ดังนั้นเพื่อความรวดเร็วในการหาคําตอบของสมการ

                       จําเป็นต้องใช้สมบัติของการเท่ากันในการหาคําตอบ ซึ่งได้แก่ สมบัติสมมาตร สมบัติการถ่ายทอด สมบัติ

                       การบวก สมบัติการคูณ และสมบัติการแจกแจง  ดังนี้
                             1.  สมบัติสมมาตร

                                ถ้า  a = b  แล้ว  b = a  เมื่อ  a , b  แทนจํานวนใด ๆ  เช่น

                                (1)  ถ้า  5 = x  แล้ว  x = 5

                                (2)  ถ้า  8 = 2x + 5  แล้ว  2x + 5 = 8

                              2.  สมบัติการถ่ายทอด
                                ถ้า  a = b  และ  b = c  แล้ว  a = c  เมื่อ  a , b และ c  แทนจํานวนใด ๆ  เช่น

                                (1)  ถ้า  x = y  และ  y = 4  แล้ว  x = 4

                                (2)  ถ้า  a + b = x  และ  x = 9  แล้ว  a + b = 9
   271   272   273   274   275   276   277   278   279   280   281