Page 10 - เอกสารประกอบการประชุมวิชาการ ศูนย์วิจัยพืชไร่ขอนแก่น ประจำปี 2563 เล่มที่ 1
P. 10
5
ั
ผลิตน ้าตาลสูงขึ้น 3.06 กิโลกรัมต่อตันอ้อย สามารถผลิตน้ าตาลได้ 7.6 ล้านตัน จากอ้อยเข้าหีบ 66.7 ล้านตน
ต่ ากว่าปี 2562/63 ร้อยละ 8.4 ที่มีอ้อยเข้าหีบ 74.9 ล้านตัน ส่วนปริมาณกากน้ าตาลปี 2563/64 ผลิตได้ 2.8
่
่
ี
้
ั
้
ลานตน ลดลง 0.6 ลานตน มีคาความหวาน 12.91 ซี.ซี.เอส. โรงงานในเขตภาคตะวันออกเฉยงเหนือคาความ
ั
ี่
่
ั
ุ
้
ู
หวานมากทสดเฉลย 13.66 โรงงานน้ าตาลทมีคาความหวานสง 5 ลาดบแรก ไดแก่ โรงงานน้ าตาลสหเรือง
ี่
ี่
อีสาน มิตรผล(อ านาจเจริญ) มิตรกาฬสินธุ์ และกุมภวาปี โดยมีค่าความหวาน 14.35 14.09 14.08 14.07
และ 13.98 ซีซีเอสตามลาดบ ดานประสทธิภาพการผลตน้ าตาล โรงงานในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือมี
ั
้
ิ
ิ
ี่
ี่
ิ
ี่
ิ
่
ุ
ประสทธิภาพการผลตน้ าตาลมากทสดเฉลย 120.98 กิโลกรัมน้ าตาลตอตันอ้อย โรงงานทมีประสทธิภาพการ
ิ
ิ
ผลตน้ าตาลสง 5 ลาดบแรก ไดแก่ โรงงานน้ าตาลมิตรกาฬสนธุ์ รวมเกษตรกร(ชยภูมิ) รวมเกษตรกร(ภูหลวง)
ู
ั
ิ
ั
้
้
ิ
มิตรผล(อ านาจเจริญ) และรวมเกษตรกร(ขอนแก่น) โดยผลตน้ าตาลได 130.6 128.1 127.7 127.6 และ
้
ี่
ิ
่
ั
ุ
ี่
ั
้
ั
125.8 กิโลกรัมน้ าตาลตอตนอ้อยตามลาดบ โรงงานทผลตน้ าตาลไดมากทสด 5 ลาดบแรก ไดแก่ โรงงาน
ิ
ิ
ั
น้ าตาลโคราช รวมเกษตรกร(ชยภูมิ) ไทยรุ่งเรือง มิตรกาฬสนธุ์ และ น้ าตาลและอ้อยตะวันออก สามารถผลต
ั
้
น้ าตาลได 398,892 389,735 345,762 288,458 และ 278,604 ตนตามลาดบ และพบว่ามีโรงงาน 47
ั
ู
่
ิ
่
แห่งมีก าลงหีบอ้อยลดตากว่าฤดผลตปีทผานมา (สานักบริหารอ้อยและน้ าตาลทราย, 2564) แม้ว่าปริมาณ
ั
ี่
่
ี่
ิ
่
ผลผลตน้ าตาลปี 2563/64 จะตากว่าปีทผานมา แตจะไม่สงผลให้เกิดการขาดแคลนน้ าตาลภายในประเทศ
่
่
เนื่องจากทั้งโรงงาน ชาวไร่อ้อยและภาครัฐ ได้ร่วมมือกันบริหารจัดการน้ าตาลให้เพียงพอต่อความต้องการของ
ิ
ื
ี่
่
ผบริโภคภายในประเทศ รวมถึงมีสวนเหลอทสามารถสงออกไปยังประเทศคคา โดยโรงงานดแลประสทธิภาพ
ู
ู่
่
ู้
้
ั
้
ู่
การหีบสกัดให้ได้น้ าตาลตอตนอ้อยสงทสด ควบคกับการดแลสงแวดลอม และเพิ่มความเข้มขนในการรณรงค ์
ุ
่
ิ่
้
ู
ู
ี่
ั
ู
่
่
และสร้างแรงจงใจให้ชาวไร่ตดอ้อยสดสงเข้าหีบ ลดปัญหาอ้อยไฟไหม้ พร้อมกับการเร่งสร้างมูลคาเพิ่มเพื่อ
ิ
้
้
ี่
ี
สร้างรายไดจากธุรกิจทเกี่ยวเนื่อง โดยน าอ้อย น้ าตาล ของเสย และผลพลอยไดจากกระบวนการผลต มาตอ
่
ั
ิ
ยอดสู่ผลิตภัณฑ์ตางๆ ที่มูลค่าเพิ่มสูง เช่น ผลิตภัณฑ์ในกลมฟาร์มาซูตคล และผลิตภัณฑ์ไบโอเคมี รวมถึงการ
ุ่
่
ื้
ใช้ชานอ้อยเป็นเชอเพลิงผลิตไฟฟ้า และน ากากน้ าตาลไปผลิตเอทานอล เพื่อสร้างความมั่นคงดานพลังงาน ซึ่ง
้
ั
้
้
ี
สอดรับนโยบายภาครัฐทตองการผลกดนดานเศรษฐกิจชวภาพ (Bio Economy) (แนวหน้า, 2563) อย่างไรก็
ี่
ั
ู
ิ
ั
้
ตาม มีแนวโน้มว่าในฤดการผลตปี 2564/65 ปริมาณอ้อยจะเพิ่มขึ้นอยู่ในระดบ 80 กว่าลานตนไดเนื่องจาก
ั
้
ราคาน้ าตาลทรายตลาดโลกในปีหน้าอาจจะมีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น
การบริโภคน าตาล
ี่
้
้
ความตองการบริโภคน้ าตาลในประเทศประมาณ 2.5-2.6 ลานตนตอปี เพิ่มขึ้นเฉลยร้อยละ 2.0-3.0
่
ั
ต่อปี และคาดการณ์ว่าการบริโภคน้ าตาลภายในประเทศของไทย ในปี 2563/64 จะอยู่ที่ประมาณ 2.5 ล้านตัน
่
แบ่งเป็นความตองการน าไปบริโภคโดยตรงร้อยละ 57 อีกร้อยละ 43 น าไปใชในอุตสาหกรรมตอเนื่อง เชน
่
้
้
ื่
เครื่องดม อาหาร และผลตภัณฑ์นม การบริโภคน้ าตาลในประเทศมีปัจจยหนุนจากเศรษฐกิจในประเทศท ี่
ั
ิ
ื่
ทยอยฟื้นตว ความตองการน้ าตาลจากอุตสาหกรรมตอเนื่องโดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดม
ั
่
้
ขณะทการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทาให้ความตองการใชน้ าตาลเพื่อทาแอลกอฮอลฆ่าเชอเพิ่มขึ้น รวมถึง
้
้
ี่
ื้
์
ความตองการเอทานอลในภาคขนสงทจะเพิ่มขึ้นตามการฟื้นตวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และมาตรการ
่
้
ี่
ั
ภาครัฐที่สนับสนุนการน าเอทานอลไปใช้เป็นส่วนผสมในน้ ามันแก๊สโซฮอล (ชัยวัช, 2564)
์

