Page 11 - เอกสารประกอบการประชุมวิชาการ ศูนย์วิจัยพืชไร่ขอนแก่น ประจำปี 2563 เล่มที่ 1
P. 11
6
การส่งออกและน าเข้าน าตาล
่
ี่
่
่
ปริมาณน้ าตาลทผลตไดร้อยละ 65 สงออกไปจาหน่ายตางประเทศ ปี 2563 ประเทศไทยมีการสง
ิ
้
้
ั
่
้
ั
ี่
น้ าตาลไปจาหน่ายตางประเทศรวม 5.4 ลานตน ลดลงจากทเคยสงออก 9.5 ลานตนในปี 2562 ร้อยละ 41.55
่
ี่
่
่
ั
ั
มีมูลคาการสงออก 55,250 ลานบาท ในปี 2563 ไทยเป็นผสงออกน้ าตาลทสาคญเป็นลาดบท 3 รองจาก
่
้
ู้
ี่
ี
ั
ี
่
บราซิลและอินเดย โดยบราซิล อินเดยและไทยมีการสงออกน้ าตาลในปริมาณ 30.6 7.1 และ 5.4 ลานตน
้
่
ั
ตามลาดบ โดยมีมูลคาการสงออก 8,744 2,501 และ 1,742 ลานเหรียญสหรัฐตามลาดบ ไทยสงออกน้ าตาล
่
ั
้
่
ไปตลาด อินโดนีเซีย เวียดนาม กัมพูชา เกาหลีใต้ และไต้หวัน ในปริมาณ 2.13 1.27 0.39 0.27 และ 0.25
่
ั
ั
้
้
่
ลานตนตามลาดบ โดยมีมูลคาการสงออก 617 421 145 86 และ 85 ลานเหรียญสหรัฐตามลาดบ (กรม
ั
้
เจรจาการคา, 2564) การเขาร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) เปนโอกาสของไทยในการขยายตลาดใน
็
้
้
้
็
ิ
่
ึ้
ภูมิภาคนี้เพิ่มขน จากการเปดเสรีการคาภายใต AEC โดยเฉพาะอินโดนีเซียซึ่งเปนตลาดสงออกน้ าตาลรายใหญ่
่
ที่สุดของไทย ที่มีความต้องการน าเข้าน้ าตาลปีละไม่ตากว่า 3 ล้านตัน (ส านักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ าตาล
ั
ี
ี
ทราย, 2559) ปริมาณสต็อคน้ าตาลในปี 2562/63 ของไทยคาดว่าอยู่ท 3.5 ล้านตน เมื่อเทยบกับป 2563/64
ี่
ซึ่งคาดว่าจะมีการสต็อคน้ าตาลอยู่ที่ 2.9 ล้านตัน อย่างไรก็ตาม โรงงานน้ าตาลมีความจ าเป็นต้องคงน้ าตาลเพื่อ
่
ั
ื
่
รักษาความมั่นคงของสตอคน้ าตาลไว้ท 250,000 ตนตอเดอน ซึ่งเพียงพอกับคาเฉลยของปริมาณการบริโภค
ี่
ี่
็
ี่
ิ
่
น้ าตาลภายในประเทศ สาหรับการน าเข้าน้ าตาลของไทยสวนใหญ่จะเป็นน้ าตาลชนิดพิเศษทไม่มีการผลต
ภายในประเทศ ซึ่งมีปริมาณการน าเข้าไม่แน่นอน จากข้อมูลของศนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสอสาร
ู
ื่
ั
สานักงานปลดกระทรวงพาณชย์ พบว่าในปี 2563 ไทยมีปริมาณการน าเข้า 82,353 ตน คดเป็นมูลคา 34.8
ิ
ั
่
ิ
่
ี่
้
์
ั
ลานเหรียญสหรัฐ โดยมีแหลงน าเข้าทสาคญ ไดแก่ อินเดย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส ออสเตรเลย ไตหวัน และ
ี
ี
้
้
สหรัฐอเมริกา โดยมีปริมาณน าเข้า 55,339 25,856 256 414 และ 114 ตัน มูลค่า 22.3 10.9 0.29 0.23
และ 0.12 ล้านเหรียญสหรัฐตามล าดับ (กรมเจรจาการค้า, 2564)
แนวโน้มอนาคต
ี
ู
ประเทศผ้ผลิตอ้อยและน้ าตาลท่สาคัญมีผลผลิตลดลง เช่นเดียวกับประเทศไทยปี 2561/2562 มี
ั
ั
ี่
ผลผลตอ้อยอยู่ท 130.97 ลานตน มีการผลตน้ าตาล 14.6 ลานตน ในปี 2563/2564 มีการปิดหีบเร็วกว่า
้
้
ิ
ิ
้
้
ุ
ทกปี เนื่องจากมีปริมาณอ้อยลดลงเหลือเพียง 66.7 ลานตน และไดน้ าตาลเพียง 7.6 ลานตน เปรียบเทียบ
ั
้
ั
กับปี 2561/62 ท่ผ่านมาปริมาณน้ าตาลหายไป 7 ล้านตัน ทาให้ประเทศไทยท่เคยส่งออกน้ าตาลปีละ 10
ี
ี
ี
ล้านตัน ปัจจุบันมีการส่งออกเพียง 5.4 ล้านตัน สต๊อกน้ าตาลท่เคยมีลดลงขณะท่ความต้องการใช้ยังสูง
ี
์
้
โดยรวมแลวราคาน้ าตาลทรายตลาดโลกเริ่มปรับตัวสูงขึ้นเป็น 15-16 เซนต์ต่อปอนด และคาดการณว่าราคา
์
จะสูงขึ้นต่อเนื่อง แต่มีปัญหาคือผลผลิตกลับลดลงเมื่อปิดหีบมีปริมาณอ้อยเพียง 66.7 ล้านตัน ซึ่งน้อยลง
ี
่
มากเมื่อเทยบกับ 2-3 ปีทผานมา
ี่
อุตสาหกรรมอ้อยและน้ าตาลยังคงมีบทบาทต่อการพัฒนาเศรษฐกิจทสามารถขบเคลอนไปส New S-
ู่
ี่
ั
ื่
ุ
้
Curve โดยใชวัตถุดบทางการเกษตรทเป็นจดแข็งของประเทศ รวมถึงสร้างมูลคาเพิ่มให้กับสนคาเกษตร ซึ่ง
ี่
ิ
่
้
ิ
่
้
ู้
เป็นการตอบโจทย์การพัฒนาประเทศดานเกษตรกรรมในยุค 4.0 แตอย่างไรก็ตามเกษตรกรผปลกอ้อยก็ยังมี
ู
ี่
่
ิ
ความยากจน โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อย เนื่องจากพื้นทปลกอ้อยสวนใหญ่อยู่ในเขตอาศยน้ าฝน ดนมีความ
ู
ั

