Page 13 - จริยธรรม ฝน 7.3.64
P. 13

10

      5. การประสานงาน (Co – ordinating) เป็นการประสานงานในเชงิ ระบบในองค์กร หรอื นอกระบบนอก
องค์กร เพือ่ ให้องคก์ รสามารถดาเนนิ กจิ การอย่างมปี ระสิทธิภาพตรงตามนโยบายและวัตถุประสงคข์ ององค์กร เพ่ือ
แก้ไขปญั หาความขัดแยง้ ท้ังในองค์กรและ นอกองค์กร

      6. การเสนอรายงาน (Reporting) องค์กรจะต้องมีการตรวจสอบข้อมูลผลการปฏิบัติงานอย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ การรายงานขอ้ มูลอย่างสม่าเสมอ และเปน็ ขอ้ มลู ทเ่ี ปน็ มาตรฐาน เทย่ี งตรง มีมาตรวัด รวมทั้งการใช้
เทคโนโลยที ี่ทันสมัยเขา้ มาสนับสนุนขอ้ มูลจะทาใหก้ ารบรหิ ารองค์กรได้อยา่ งแมน่ ตรง รวดเรว็ ต่อผู้บริหาร

      7. การจดั ทางบประมาณ (Budgeting) องค์กรควรจดั ทาระบบบญั ชี และงบประมาณเป็น แบบมาตรฐาน
ซึง่ สามารถตรวจสอบระบบบัญชี (Balance Sheet) ไดอ้ ยา่ งมรี ะบบในการบรหิ ารงานองคก์ ร

หลกั การบริหารเชิงพทุ ธศาสตร์

      หลกั การบรหิ ารเชิงพทุ ธศาสตร์ เกี่ยวขอ้ งกบั หลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนาท่ีมีคุณค่า มากกว่าสองพันห้า
ร้อยกว่าปี ในยุคโลกาภิวัตน์หรือยุคทุนนิยมในปัจจุบัน การบริหารจัดการสมัยใหม่ ต่างก็กลับมาทบทวนบทบาท
ทางวิชาการในการบรหิ ารจัดการสมัยใหมว่ า่ ยงั คงเป็นแนวทางเดียวหรือไม่ ท่ีการบริหารจัดการท่ีมีประสิทธิภาพ
จะตอ้ งสนองตอบตอ่ ระบบทนุ นิยมทเ่ี นน้ การแขง่ ขัน และสรา้ งผลกาไร หรอื การบรรลุวัตถุประสงคข์ ององคก์ รเพียง
อยา่ งเดยี ว การบริหารจัดการสมัยใหม่ ยังขาดอะไรบ้างท่เี ปน็ นามธรรมท่เี กีย่ วกับมนุษย์ท่ีจะตอ้ งอยู่ร่วมกัน รวมท้ัง
สิ่งแวดล้อมในโลกที่กาลังเปล่ียนแปลงและ มีผลกระทบต่อสังคมและองค์กร หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาท่ี
กล่าวถึงการบริหารจัดการมีอยู่มากมาย เป็นคาสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่ียังทันสมัยอยู่จนถึง
ปัจจุบันและในอนาคต แต่ในที่น้ี จะได้นาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาบางประการ ได้แก่ หลักสัปปุริสธรรมท่ี
พระพทุ ธเจ้าทรงแสดง ไวใ้ นสัปปุริสสูตร ( พระไตรปิฎกเล่มท่ี 23) อันเป็นแนวทางในการบริหารจัดการเชิงพุทธ
ศาสตร์เพียง หลักธรรมหน่ึง เพื่อประกอบการพิจารณาว่า หลักการบริหารเชิงพุทธศาสตร์มิได้มุ่งหวังกาไร หรือ
การแข่งขัน เพียงอย่างเดียว แต่ได้บรรจุหลักการท่ีสร้างความย่ังยืน การไม่เบียดเบียน การอยู่ร่วมกันอย่างสงบ
สนั ติ มีความเมตตาตอ่ กัน และรู้เท่าทนั โลก โดยมิได้ปฎเิ สธกระแสโลกาภิวตั น์ หรอื ระบบทุนนิยมในปัจจุบัน แต่ให้
ยดึ หลักการอยรู่ ว่ มกนั และรู้เทา่ ทันโลก หลกั สัปปรุ สิ ธรรม ท่ีเกย่ี วขอ้ งกับ การบรหิ ารจดั การ มี 7 ประการ คอื

      1. ธัมมัญญุตา (Knowing the Law, Knowing the Cause) ความเป็นผู้รู้จักเหตุ คือรู้ความจริง รู้
หลักการ รู้กฎเกณฑ์ รู้กฎแห่งธรรมได้ รู้กฎเกณฑ์แห่งเหตุผล และรู้จักหลักการท่ีจะทา ให้เกิดผล รวมความว่า
การบริหารจดั การในองค์กร ผบู้ ริหารจาเป็นต้องพิจารณาข้อเท็จจริงอย่างถูกต้อง เพ่ือบรรลุเปูาหมายขององค์กร
ให้มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล รู้จักการวิเคราะห์ความจริงที่เกิดข้ึน ตามธรรมชาติ อันว่า “ ส่ิงทั้งหลายเกิดข้ึน
ตง้ั อยดู่ ับไป เปน็ ธรรมดา” โดยพจิ ารณาหลกั การและเกณฑ์แหง่ เหตุผลมาบริหารจดั การองค์กร

      2. อัตถัญญุตา (Knowing the Meaning, Knowing the Purpose) ความเป็นผู้รู้จักผล หรือความมุ่ง
หมาย คอื รู้ความหมาย รู้ความมุ่งหมาย รู้ประโยชน์ท่ีประสงค์ รู้จักผลที่เกิดขึ้น สืบเนื่องจากการกระทาตามหลัก
หมายถึง การบรหิ ารงานองค์กรใหบ้ รรลุถงึ วัตถุประสงค์ และรู้ถึงประโยชน์ของ องค์กรที่นาไปสู่ความมั่นคง และ
ไมม่ ผี ลกระทบใดๆ ต่อองคก์ ร ในทนี่ ก้ี ็หมายถงึ การมีแผนงานทด่ี ี การวางแผนทีว่ ิเคราะห์ผลกระทบด้านต่าง ๆ
   8   9   10   11   12   13   14   15   16   17   18