Page 38 - ตำราเคมีอินทรีย์ [Jadsada Ratniyom]
P. 38
10 ความรู้เบื้องต้นของเคมีอินทรีย์
ตัวอย่างที่ 1.2 | การเขียนโครงสร้างลิวอิส (ต่อ)
[3] เชื่อมพันธะเดี่ยวรอบอะตอมกลาง [4] หากมีอิเล็กตรอนเหลือให้ใส่ที่อะตอม
-
-
(ใช้ไป 6 e เหลือ 20 e) และใส่ กลาง จะได้
อิเล็กตรอนที่เหลือที่อะตอมที่ล้อมรอบ
-
ไนโตรเจน (ใช้ไป 18 e)
ในการเขียนโครงสร้างลิวอิสของสารอินทรีย์ เมื่อมีการเขียนโครงสร้างของสารตัวอื่น ๆ แต่มี
อะตอมกลางเป็นชนิดเดิมนั้น พบว่าอะตอมของธาตุชนิดเดียวกันมักจะมีจำนวนพันธะเท่าเดิม เช่น
คาร์บอนอะตอมจะมี 4 พันธะ ไนโตรเจนอะตอนจะมี 3 พันธะกับ อิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยว 1 คู่ (สรุป
รูปแบบจำนวนพันธะของแต่ละอะตอมแสดงด้านล่าง) ดังนั้นในการเขียนโครงสร้างลิวอิสจะง่ายและ
สะดวกอย่างมาก ถ้าสามารถจดจำจำนวนพันธะที่แต่ละธาตุสามารถสร้างพันธะได้ เพราะถ้าเขียน
โครงสร้างลิวอิสด้วยจำนวนพันธะที่แต่ละธาตุควรเป็นแล้ว ก็จะได้โครงสร้างลิวอิสที่ถูกต้องแน่นอน
ี่
|SUMMARY| สรุปรูปแบบจำนวนพันธะของแต่ละอะตอม (กรณีทอะตอมไม่ติดประจุ)
carbon nitrogen oxygen hydrogen halogen
จำนวนเวเลนต์อิเล็กตรอน 4 3 2 1 1
จำนวนอิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยว 0 1 2 0 3
ปรับปรงจาก: Wade, L. G. (2013). Organic Chemistry: Pearson Education, Inc.
ุ
1.7 พหุพันธะ
(Multiple bonding)
ิ
การเขียนโครงสร้างลิวอิสที่อธิบายไว้ในข้อ 1.6 เป็นการที่อะตอมแชร์อเล็กตรอนใช้ร่วมกัน 1
คู่ (2 อิเล็กตรอน) เราจะเรียกว่าเป็นพันธะเดี่ยว (single bond) แต่หลาย ๆ โมเลกุลในสารประกอบ
ั
อินทรีย์ มักมีการแชร์อิเล็กตรอนร่วมกันมากกว่า 1 คู่ อาจเป็น 2 คู่หรือ 3 คู่ซึ่งเราจะเรียกว่า พนธะคู่
(double bond) และพันธะสาม (triple bond) ตามลำดับ
เอทิลีน (Ethylene, C2H4) เป็นสารอินทรีย์ที่คาร์บอนเชื่อมพันธะกันด้วยพันธะคู่ การที่
คาร์บอนแต่ละอะตอมในเอทิลีนจะมีเวเลนต์อิเล็กตรอนครบแปดนั้น คาร์บอนจะต้องแชร์อิเล็กตรอน

