Page 1001 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 1001

ฐำนท�ำร้ำยร่ำงกำยตำมประมวลกฎหมำยอำญำ มำตรำ ๒๙๕ และ ๒๙๖ ที่มำตรำ ๘ วรรคสอง

                                 ี
                                                                         ึ
              บัญญัติว่ำ “ในกรณีท่กำรกระท�ำควำมผิดตำมมำตรำ ๔ วรรคหน่ง เป็นควำมผิดกรรมเดียว
                                       ื
                                                                                   ึ
              กับควำมผิดตำมกฎหมำยอ่น ให้ด�ำเนินคดีควำมผิดตำมมำตรำ ๔ วรรคหน่ง ต่อศำลรวม
                                                                           ื
                                         ื
                                            ั
                                                                              ั
              ไปกับควำมผิดตำมกฎหมำยอ่นน้น เว้นแต่ควำมผิดตำมกฎหมำยอ่นน้นมีอัตรำโทษสูงกว่ำ
                                  ี
                                                                                   ื
                                                                                         ี
                                                                        ื
                                                                           ั
              ให้ด�ำเนินคดีต่อศำลท่มีอ�ำนำจพิจำรณำควำมผิดตำมกฎหมำยอ่นน้น...” เม่อคดีน้มีปัญหำ
              ท่จะต้องพิจำรณำว่ำกำรกระท�ำของจ�ำเลยเป็นกำรกระท�ำควำมรุนแรงในครอบครัวตำม
                ี
              พระรำชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระท�ำด้วยควำมรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ มำตรำ ๔ วรรคหน่ง
                                                                                               ึ
              และเป็นควำมผิดฐำนท�ำร้ำยร่ำงกำยตำมประมวลกฎหมำยอำญำ มำตรำ ๒๙๕ โดยตำมมำตรำ ๔
              วรรคสอง ได้บัญญัติให้ควำมผิดฐำนท�ำร้ำยร่ำงกำยตำมประมวลกฎหมำยอำญำ มำตรำ ๒๙๕
                                          ึ
              เป็นควำมผิดอันยอมควำมได้ ซ่งกำรแก้ไขปัญหำควำมรุนแรงในครอบครัวมีควำมละเอียดอ่อน
                                                                                           ั
              ซับซ้อนและเก่ยวข้องกับบุคคลใกล้ชิด จึงมีลักษณะพิเศษโดยมีรูปแบบ วิธีกำร และข้นตอน
                           ี
                ี
              ท่มีลักษณะแตกต่ำงจำกกำรด�ำเนินคดีอำญำโดยท่วไป  กำรน�ำมำตรกำรทำงอำญำตำม
                                                             ั
              ประมวลกฎหมำยอำญำมำใช้บังคับกับกำรกระท�ำด้วยควำมรุนแรงในครอบครัวจึงไม่เหมำะสม
                                                ื
              เน่องจำกกำรพิจำรณำคดีอำญำในศำลอ่นมีควำมมุ่งหมำยท่จะลงโทษผู้กระท�ำควำมผิดมำกกว่ำ
                                                                 ี
                ื
              กำรพิจำรณำคดีในศำลเยำวชนและครอบครัวท่มุ่งแก้ไขฟื้นฟูผู้กระท�ำควำมผิด หรือปกป้อง
                                                        ี
                         ี
              คุ้มครองผู้ท่ถูกกระท�ำควำมรุนแรงในครอบครัว โดยผู้กระท�ำควำมผิดมีโอกำสกลับตัวและ
              ยับย้งกำรกระท�ำควำมผิดซ้ำ รวมท้งสำมำรถรักษำควำมสัมพันธ์อันดีในครอบครัวไว้ กำรท    ่ ี
                  ั
                                              ั
                                       �
              มำตรำ ๔ วรรคสอง ได้บัญญัติให้ควำมผิดฐำนท�ำร้ำยร่ำงกำยตำมประมวลกฎหมำยอำญำ
                                          ั
              มำตรำ  ๒๙๕  เป็นควำมผิดอนยอมควำมได้  เม่อพิจำรณำประกอบเหตผลในกำรตรำ
                                                                                   ุ
                                                            ื
              พระรำชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระท�ำด้วยควำมรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ จึงถือได้ว่ำ
              ควำมผิดตำมฟ้องฐำนท�ำร้ำยร่ำงกำยตำมประมวลกฎหมำยอำญำ มำตรำ ๒๙๕ เป็นควำมผิด

                ี
              ท่ได้บัญญัติไว้ตำมมำตรำ ๔ วรรคสอง แห่งพระรำชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระท�ำด้วยควำมรุนแรง
                                                 ่
                                                                         �
                                                                   ิ
                                                 ี
              ในครอบครว พ.ศ. ๒๕๕๐ ด้วย ส่วนทโจทก์ฟ้องในควำมผดฐำนทำร้ำยร่ำงกำยตำมประมวล
                        ั
              กฎหมำยอำญำ มำตรำ ๒๙๖ ด้วย เพรำะผู้เสียหำยเป็นบุพกำรีโดยเป็นบิดำของจ�ำเลยอันเป็น
               ุ
              บคคลในครอบครวจงเป็นเหตฉกรรจ์ของมำตรำ ๒๙๕ ให้ต้องรบโทษหนกขนเท่ำนน กรณ              ี
                                                                       ั
                                ึ
                                                                                         ั
                                         ุ
                                                                                   ึ
                                                                                         ้
                              ั
                                                                                ั
                                                                                   ้
              ยังเป็นควำมผิดตำมประมวลกฎหมำยอำญำ มำตรำ ๒๙๕ จึงไม่ใช่ควำมผิดตำมกฎหมำยอ่น
                                                                                               ื
                            ี
                ี
                ่
                                              ิ
                    �
                       ิ
                                       �
                                    ี
                                    ่
              ทให้ดำเนนคดต่อศำลทมอำนำจพจำรณำควำมผดตำมกฎหมำยอนตำมควำมหมำยของ
                                                            ิ
                                      ี
                                                                           ่
                                                                           ื
                                                   ั
                                       ั
              มำตรำ ๘ วรรคสอง ดังน้น ควำมผิดท้งสองฐำนจึงอยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของ
                                                     973
   996   997   998   999   1000   1001   1002   1003   1004   1005   1006