Page 115 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 115

ี
              วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่ำจะช�ำระเสร็จแก่โจทก์ท่ ๑ และช�ำระค่ำเสียหำยจ�ำนวน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บำท
                         ี
              พร้อมดอกเบ้ยอัตรำร้อยละ ๗.๕ ต่อปี จำกต้นเงินดังกล่ำวนับถัดจำกวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่ำ
              จะช�ำระเสร็จแก่โจทก์ที่ ๒
                       ในชั้นพิจำรณำ ศำลแพ่งพระโขนงเห็นว่ำ กรณีมีปัญหำว่ำ คดีนี้อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำ

              พิพำกษำของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศหรือไม่ จึงให้รอกำรพิจำรณำ

                             ั
              พิพำกษำคดีไว้ช่วครำว แล้วเสนอปัญหำดังกล่ำวให้ประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษ
                                                 ั
                                                        ั
              เป็นผู้วินิจฉัย ตำมพระรำชบัญญัตจัดต้งศำลทรพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ
                                             ิ
              และวิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ มำตรำ ๙
                                     ี
                                                                              ิ
                                                         ื
                                                 ี
                       วินิจฉัยว่ำ คดีน้เป็นคดีแพ่งเก่ยวกับเคร่องหมำยกำรค้ำ ลิขสิทธ์ หรือสัญญำอนุญำต
                                             ั
              ให้ใช้สิทธิ ตำมพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศและ
              วิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ มำตรำ ๗ (๓)
              หรือไม่ เห็นว่ำ โจทก์ทั้งสองฟ้องอ้ำงว่ำ จ�ำเลยจงใจกระท�ำละเมิดต่อโจทก์ทั้งสองโดยแจ้งควำม

              ร้องทุกข์ต่อเจ้ำพนักงำนต�ำรวจโดยมิชอบ เป็นเหตุให้เจ้ำพนักงำนต�ำรวจเข้ำตรวจค้นและ

                         ี
                                                              ี
                                           ึ
              น�ำตัวโจทก์ท่ ๒ พร้อมของกลำงซ่งเป็นสินค้ำของโจทก์ท่ ๑ ไปยังสถำนีต�ำรวจ แต่ต่อมำพนักงำน
                                  ่
                                  ั
                                                           �
                               ็
                                            ่
                                                     ็
                                                                                            ิ
                                            ื
              สอบสวนมควำมเหนสงไม่ฟ้องเนองจำกเหนว่ำ จำเลยไม่ใช่ตวแทนทมสทธจำหน่ำยสนค้ำ
                                                                                   ิ
                                                                             ี
                        ี
                                                                             ่
                                                                                    �
                                                                               ี
                                                                                ิ
                                                                      ั
              โดยเด็ดขำดแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยจึงไม่มีอ�ำนำจร้องทุกข์ด�ำเนินคดีอำญำได้เอง กำร
                                                                                            ั
              กระท�ำของจ�ำเลยท�ำให้โจทก์ท้งสองได้รับควำมเสียหำยหลำยประกำร แม้ข้อหำท่โจทก์ท้งสอง
                                         ั
                                                                                     ี
              อ้ำงว่ำจ�ำเลยแจ้งควำมร้องทุกข์ต่อเจ้ำพนักงำนต�ำรวจโดยมิชอบจะเป็นข้อหำเก่ยวด้วยกำร
                                                                                      ี
                                                                                               ื
                                                                                            ิ
                                                    ั
                                                                                       ิ
                                                                                          ิ
                           ิ
                     ิ
                           ์
                   ิ
                        ิ
                                             ้
                                             ี
              ละเมดลขสทธ แต่ในกำรฟ้องคดีนโจทก์ท้งสองไม่ได้อ้ำงว่ำจ�ำเลยละเมิดสิทธิในลขสทธ์หรอ
                 ื
                                                   ั
              เคร่องหมำยกำรค้ำใด ๆ ของโจทก์ท้งสอง ท้งในระหว่ำงโจทก์ท้งสองกับจ�ำเลยก็ไม่ได้มีนิติสัมพันธ์
                                             ั
                                                                   ั
              ในลักษณะเป็นสัญญำอนุญำตให้ใช้สิทธิต่อกัน คดีจึงไม่มีปัญหำโดยตรงท่ต้องพิจำรณำถึงสิทธ  ิ
                                                                              ี
              ในลิขสิทธ์หรือเคร่องหมำยกำรค้ำ หรือสัญญำอนุญำตให้ใช้สิทธิระหว่ำงโจทก์ท้งสองกับจ�ำเลย
                                                                                   ั
                              ื
                       ิ
              คดีน้จึงไม่เป็นคดีแพ่งเก่ยวกับเคร่องหมำยกำรค้ำ ลิขสิทธ์ หรือสัญญำอนุญำตให้ใช้สิทธ  ิ
                                              ื
                                     ี
                                                                    ิ
                  ี
              ท่อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ ตำม
                ี
                                                  ั
              มำตรำ ๗ (๓) แห่งพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ
              และวิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙
                                                      87
   110   111   112   113   114   115   116   117   118   119   120