Page 134 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 134
ั
�
้
ู
้
่
ี
ั
ั
คล้ำยคลึงกบโจทก์ในกิจกำรประเภทเดยวกนและตงอยบริเวณใกลเคยงกัน กำรกระทำของจ�ำเลย
ี
เป็นกำรจงใจใช้ช่อกิจกำรและป้ำยร้ำนให้คล้ำยคลึงกับโจทก์ เพ่อให้ประชำชนเกิดควำมสับสน
ื
ื
�
ิ
ี
ิ
คดว่ำสถำนประกอบกำรของจำเลยเป็นสถำนประกอบกำรเดยวกนกบโจทก์ อนเป็นกำรละเมด
ั
ั
ั
ต่อโจทก์ เป็นเหตุให้ผู้ใช้บริกำรของโจทก์ลดลง ท�ำให้โจทก์ได้รับควำมเสียหำยต้งแต่เดือน
ั
เมษำยน ๒๕๕๙ จนถึงเดือนกรกฎำคม ๒๕๕๙ เป็นเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บำท โจทก์มอบอ�ำนำจให้
ื
ทนำยควำมมีหนังสือบอกกล่ำวให้จ�ำเลยยุติกำรกระท�ำอันเป็นกำรละเมิดต่อโจทก์ยุติกำรใช้ช่อและ
ึ
ป้ำยกิจกำรซ่งเหมือนและคล้ำยกับของโจทก์ แต่จ�ำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจ�ำเลยช�ำระเงินค่ำเสีย
หำย ๑,๐๐๐,๐๐๐ บำท พร้อมดอกเบี้ยอัตรำร้อยละ ๗.๕ ต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่ำจะ
ช�ำระเสร็จแก่โจทก์ และช�ำระค่ำเสียหำยในอัตรำเดือนละ ๓๐,๐๐๐ บำท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป
ื
ื
จนกว่ำจ�ำเลยจะยุติกำรใช้ช่อและปลดป้ำยกิจกำรร้ำนให้จ�ำเลยยุติกำรใช้ช่อและปลดป้ำยกิจกำร
ี
ท่คล้ำยคลึงและเหมือนกับกิจกำรของโจทก์หำกจ�ำเลยไม่ด�ำเนินกำรให้โจทก์เป็นผู้ด�ำเนินกำร
โดยจ�ำเลยเป็นผู้ออกค่ำใช้จ่ำย
ั
ี
จ�ำเลยให้กำรว่ำ แต่เดิมท่ต้งและท่ประกอบกิจกำรร้ำนของโจทก์มีนำยตันหรือ
ี
ี
นำยเดวิน บุคคลสัญชำติมำเลเซียเป็นเจ้ำของ มีส�ำนักงำนหรือบริษัทแม่อยู่ท่ประเทศมำเลเซีย
ชื่อบริษัทอลิซันโกลเด้นโค้ช (เอ็ม) จ�ำกัด ต่อมำเปลี่ยนชื่อเป็น อลิซันโกลเด้นโคชแอนด์แทรเวล
บริษัท จ�ำกัด โดยให้บังมินเป็นตัวแทนในกำรประกอบกิจกำร ต่อมำนำยโทน่ สำมีโจทก์
ี
ซ่งเป็นคนสัญชำติมำเลเซียเข้ำมำด�ำเนินกำรต่อแทน โดยนำยตัน เป็นผู้จ่ำยค่ำตอบแทน
ึ
แต่บังมินและนำยโทน่ได้ติดต่อซ้อขำยสถำนท่ประกอบกิจกำรกันเอง โดยนำยตันไม่ทรำบ
ื
ี
ี
ี
และไม่ยอมรับ นำยตันจึงมำเปิดสถำนท่ประกอบกำรใหม่และตกลงให้จ�ำเลยเป็นตัวแทน
แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ใช้ช่อในกำรประกอบกิจกำรว่ำ “นิว ออลิซัน โกลเด้น โค้ซ
ื
เอ็กเพลส แอนด์ ทัวร์” โดยให้จ�ำเลยหำสถำนที่ประกอบกิจกำรในอ�ำเภอหำดใหญ่ จังหวัดสงขลำ
จ�ำเลยจึงไม่ได้กระท�ำละเมิดต่อโจทก์ ค่ำเสียหำยที่โจทก์เรียกร้องมำนั้นสูงเกินจริง โจทก์ใช้สิทธิ
ในกำรด�ำเนินคดีไม่สุจริต ขอให้ยกฟ้อง
ในวันนัดพิจำรณำ ศำลจังหวัดสงขลำพิจำรณำแล้ว เห็นว่ำ กรณีมีปัญหำว่ำคดีนี้อยู่ใน
อ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศหรือไม่ จึงให้
รอกำรพิจำรณำพิพำกษำคดีไว้ช่วครำว แล้วเสนอปัญหำดังกล่ำวให้ประธำนศำลอุทธรณ์
ั
ั
คดีช�ำนัญพิเศษเป็นผู้วินิจฉัยตำมพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำ
ระหว่ำงประเทศและวิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙
มำตรำ ๙
106

