Page 138 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 138
ี
ทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศกลำง จ�ำเลยไม่ต้องช�ำระหน้ตำมฟ้องแก่โจทก์ เพรำะโจทก์
ี
ี
ี
มีหน้ค้ำงช�ำระต่อจ�ำเลยในจ�ำนวนท่สูงกว่ำยอดหน้ตำมฟ้อง และจ�ำเลยได้ใช้สิทธิหักกลบลบหน ้ ี
ดังกล่ำวแล้วในชั้นอนุญำโตตุลำกำร ขอให้ยกฟ้อง
ในวันนัดพิจำรณำศำลจังหวัดปทุมธำนีพิจำรณำแล้ว เห็นว่ำ กรณีมีปัญหำว่ำคดีน้อยู่
ี
ิ
ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลทรัพย์สนทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศหรือไม่
จึงส่งส�ำนวนมำให้ประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษวินิจฉัยตำมพระรำชบัญญัติจัดต้ง
ั
ศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศและวิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำและ
กำรค้ำระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ มำตรำ ๙
ี
ี
ี
ื
วินิจฉัยว่ำ กรณีมีปัญหำท่ต้องวินิจฉัยว่ำ คดีน้เป็นคดีแพ่งเก่ยวกับกำรซ้อขำยสินค้ำ
ี
ี
ระหว่ำงประเทศ หรือกำรให้บริกำรระหว่ำงประเทศ หรือนิติกรรมอ่นท่เก่ยวข้อง ตำมพระรำชบัญญัต ิ
ื
จัดต้งศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศและวิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สิน
ั
ทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ มำตรำ ๗ (๕) หรือไม่ในประเด็นที่จ�ำเลยให้กำร
ั
ต่อสู้ว่ำ ข้อพิพำทตำมฟ้องมีข้อตกลงเป็นหนังสือให้ต้องระงับข้อพิพำทโดยอนุญำโตตุลำกำรน้น
ี
ได้ควำมตำมค�ำร้องขอแก้ไขค�ำฟ้องของโจทก์ฉบับลงวันท่ ๑๔ พฤศจิกำยน ๒๕๕๙ ว่ำ โจทก์
และจ�ำเลยน�ำข้อพิพำทระหว่ำงกันเข้ำสู่กระบวนกำรอนุญำโตตุลำกำรที่ประเทศญี่ปุ่น ปรำกฏว่ำ
ข้อพิพำทในกำรรับประกันสินค้ำในคดีนี้มีบำงส่วนที่เกี่ยวพันกับข้อพิพำทที่น�ำเข้ำสู่กระบวนกำร
ี
ี
อนุญำโตตุลำกำรท่ประเทศญ่ปุ่นดังกล่ำว และอนุญำโตตุลำกำรท่ประเทศญ่ปุ่นมีค�ำส่งโดย
ี
ั
ี
ั
ื
ี
สรุปว่ำ ในกำรรับประกันกำรซ้อสินค้ำจำกจ�ำเลยน้น แบ่งออกเป็นกำรรับประกันสินค้ำท่ส่ง
มำจำกประเทศอินเดียและสินค้ำท่ส่งมำจำกประเทศญ่ปุ่น ซ่งตำมสัญญำแต่งต้งให้โจทก์เป็น
ั
ี
ี
ึ
ั
ี
ตัวแทนจ�ำหน่ำยรถยนต์บรรทุกย่ห้อ ฟูโซ่ แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยน้น กำรรับประกันสินค้ำ
ี
ของจ�ำเลยท่เข้ำข้อก�ำหนดในสัญญำท่จะต้องน�ำข้อพิพำทเข้ำสู่กระบวนกำรอนุญำโตตุลำกำรท ี ่
ี
ี
ี
ี
ี
ั
ประเทศญ่ปุ่น คือสินค้ำท่ส่งมำจำกประเทศญ่ปุ่นเท่ำน้น มิได้รวมถึงสินค้ำท่ส่งมำจำกประเทศ
อินเดียด้วย โจทก์จึงย่นค�ำร้องขอแก้ไขค�ำฟ้องเรียกร้องค่ำเสียหำยเฉพำะส่วนกำรรับประกัน
ื
ั
ี
สินค้ำท่ส่งมำจำกประเทศอินเดีย ดังน้น ในช้นน้กรณีจึงยังไม่เป็นท่ยุติว่ำ ข้อพิพำทในคดีน้อยู่
ี
ี
ั
ี
ในบังคับข้อตกลงที่ต้องเข้ำสู่กระบวนกำรอนุญำโตตุลำกำรก่อนหรือไม่ จึงเห็นสมควรวินิจฉัยใน
เรองเขตอ�ำนำจศำลไปได้ โดยเห็นว่ำ แม้คดน้โจทก์ฟ้องจ�ำเลยให้รับผิดช�ำระเงินค่ำรับประกัน
ี
ี
่
ื
ี
สินค้ำ แต่ก็เป็นกรณีพิพำทเก่ยวกับเงินค่ำรับประกันสินค้ำท่ซ้อขำยกันระหว่ำงโจทก์กับจ�ำเลย
ื
ี
ื
คดีตำมฟ้องโจทก์จึงต้องพิจำรณำถึงสิทธิ หน้ำท่ และควำมรับผิดของคู่สัญญำตำมสัญญำซ้อขำย
ี
110

