Page 161 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 161

โอนเงินล่วงหน้ำให้จ�ำเลย ๒ ครั้ง และสั่งซื้ออะไหล่รถยนต์บรรทุกจำกจ�ำเลยหลำยครั้งจนสัญญำ

              สิ้นสุดลง ต่อมำในวันที่ ๑๗ สิงหำคม ๒๕๕๙ โจทก์ตรวจสอบยอดเงินคงเหลือ ปรำกฏมียอดเงิน

                       ี
              คงเหลือท่จ�ำเลยครอบครองไว้ ๖,๙๑๖,๑๖๐ เยน โจทก์จึงให้ทนำยควำมมีหนังสือทวงถำมไป
              ยังจ�ำเลย แต่จ�ำเลยเพิกเฉยไม่คืนเงินให้แก่โจทก์ ท�ำให้โจทก์เสียหำยเป็นเงิน ๖,๙๑๖,๑๖๐ เยน

                                                               ี
              (คิดเป็นเงินไทย ๒,๑๙๐,๔๑๗.๐๓ บำท) พร้อมดอกเบ้ยอัตรำร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันท    ี ่
              สัญญำสิ้นสุดลงจนถึงวันฟ้องเป็นดอกเบี้ย ๘๗,๓๑๖.๖๒ บำท รวมเป็นเงินที่จ�ำเลยต้องช�ำระให้
              แก่โจทก์ ๒,๒๗๗,๗๓๓.๖๕ บำท ขอให้บังคับจ�ำเลยช�ำระเงิน ๒,๒๗๗,๗๓๓.๖๕ บำท พร้อม

              ดอกเบี้ยอัตรำร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๒,๑๙๐,๔๑๗.๐๓ บำท นับถัดจำกวันฟ้องเป็นต้นไป

              จนกว่ำจะช�ำระเสร็จแก่โจทก์

                                                               ึ
                       จ�ำเลยให้กำรว่ำ ข้อพิพำทตำมฟ้องเป็นส่วนหน่งของสัญญำจัดหำส่วนประกอบรถยนต์
                                                     ี
              บรรทุกระหว่ำงโจทก์กับจ�ำเลย ฉบับลงวันท่ ๑ เมษำยน ๒๕๕๘ ซ่งมีข้อตกลงเป็นหนังสือให้
                                                                          ึ
                                                             ี
              ต้องระงับข้อพิพำทโดยอนุญำโตตุลำกำรแห่งประเทศญ่ปุ่นมูลคดีตำมฟ้องเป็นข้อพิพำททำงแพ่ง
              เกี่ยวกับกำรซื้อขำยหรือกำรให้บริกำรระหว่ำงประเทศ และนิติกรรมอื่นที่เกี่ยวเนื่อง จึงไม่อยู่ใน

              เขตอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลจังหวัดมีนบุรี แต่อยู่ในเขตอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของ
                                                                                      ี
                                                                          ี
              ศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศกลำง โจทก์มีหน้ตำมสัญญำท่ต้องช�ำระให้
                                                  ี
                                                            ึ
                                                                                      ี
                                                                                               ั
              แก่จ�ำเลยและเป็นจ�ำนวนมำกกว่ำยอดหน้ตำมฟ้อง ซ่งจ�ำเลยใช้สิทธิหักกลบลบหน้ไว้แล้วในช้น
              อนุญำโตตุลำกำร จ�ำเลยจึงไม่ต้องช�ำระเงินตำมฟ้องให้แก่โจทก์ ขอให้ยกฟ้อง
                              ื
                                             ี
                                                         ี
                                                                    ื
                       จ�ำเลยย่นค�ำร้องว่ำ คดีน้เป็นคดีแพ่งเก่ยวกับกำรซ้อขำยหรือกำรให้บริกำรระหว่ำง
                                              ื
              ประเทศ และนิติกรรมอ่นท่เก่ยวเน่อง อันอยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลทรัพย์สิน
                                    ื
                                         ี
                                       ี
              ทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ ตำมพระรำชบัญญัติจดตงศำลทรัพย์สินทำงปัญญำ
                                                                        ั
                                                                      ั
                                                                        ้
              และกำรค้ำระหว่ำงประเทศและวิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ
              พ.ศ. ๒๕๓๙ มำตรำ ๗ (๕)
                                                                                           ี
                             ี
                          ั
                       ในช้นช้สองสถำน ศำลจังหวัดมีนบุรีพิจำรณำแล้ว เห็นว่ำ กรณีมีปัญหำว่ำคดีน้อยู่ใน
              อ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศหรือไม่ จึง
              ให้รอกำรพิจำรณำพิพำกษำคดีไว้ช่วครำว แล้วเสนอปัญหำดังกล่ำวให้ประธำนศำลอุทธรณ์
                                              ั
              คดีช�ำนัญพิเศษเป็นผู้วินิจฉัยตำมพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำ
                                                               ั
              ระหว่ำงประเทศและวิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙
              มำตรำ ๙




                                                     133
   156   157   158   159   160   161   162   163   164   165   166