Page 166 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 166

ค�ำวินิจฉัยของประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษ   บริษัทชิงเต่ำ ดี แอนด์ อำร์

                       ที่ วทป ๔๓/๒๕๖๐                          ไฮจีนิค โพรดัคท์ จ�ำกัด     โจทก์

                                                                บริษัทชูกำร์ แอนด์ ดูกำร์
                                                                จ�ำกัด กับพวก              จ�ำเลย






                       โจทก์กล่ำวอ้ำงในค�ำฟ้องว่ำ จ�ำเลยที่ ๑ และที่ ๓ เป็นนิติบุคคลซึ่งมีที่ตั้งบริษัท

              อยู่ในประเทศไทย โดยมีจ�ำเลยที่ ๒ เป็นกรรมกำรผู้มีอ�ำนำจ จ�ำเลยที่ ๒ ติดต่อซื้อสินค้ำ

              ของโจทก์จำกสำธำรณรัฐประชำชนจีนให้ส่งไปยังท่ำเรือสำธำรณรัฐเกำหลี มีจ�ำเลยที่ ๓

                                                                                              ่
                          ่
                          ี
                                                                      ่
                                                                      ี
                                                                                              ี
              โดยจ�ำเลยท ๒ ค้ำประกันกำรช�ำระรำคำสินค้ำของจ�ำเลยท ๑ ต่อโจทก์กับมีจ�ำเลยท ๒
                              �
              รับสภำพหน้ต่อโจทก์ไว้ โจทก์จึงได้มอบใบกำกับกำรบรรจุหีบห่อและใบตรำส่งแก่
                                                           �
                          ี
                                         ่
               �
                                              ื
                                                 ั
                                   ิ
                      ี
                      ่
                                                                                           ี
                                                                                           ้
                                                                                    �
              จำเลยท ๒ ไปปล่อยสนค้ำทท่ำเรอดงกล่ำว แต่ปรำกฏว่ำจำเลยท ๑ ไม่ชำระหนค่ำซอ
                                                                                               ื
                                                                                               ้
                                                                            ี
                                                                            ่
                                         ี
                                                                      �
              สินค้ำตำมที่รับสภำพหนี้ต่อโจทก์ไว้ โดยจ�ำเลยที่ ๒ เปิดบริษัทจ�ำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ไว้ก็
                             ั
              เพ่อหลอกลวงส่งซ้อสินค้ำจำกโจทก์ จ�ำเลยท้งสำมจึงร่วมกันท�ำละเมิดต่อโจทก์ ขอให้
                                ื
                ื
                                                         ั
              บังคับจ�ำเลยทั้งสำมร่วมกันชดใช้ค่ำสินไหมทดแทนแก่โจทก์ตำมค�ำฟ้อง ส่วนจ�ำเลยที่ ๒
                                       ี
                    ี
                    ่
              และท ๓ ต่อสู้ว่ำ ไม่มีมูลหน้ละเมิดตำมฟ้อง โจทก์ไม่ส่งมอบใบก�ำกับกำรบรรจุหีบห่อและ
                                                                            ื
                                                    ี
                               ื
              ใบตรำส่งให้แก่ผู้ซ้อท่สำธำรณรัฐเกำหล โจทก์ก็เป็นผู้ผิดสัญญำซ้อขำยระหว่ำงประเทศ
                                  ี
              กับจ�ำเลยที่ ๑ จ�ำเลยที่ ๑ จึงไม่ต้องช�ำระหนี้ค่ำซื้อสินค้ำแก่โจทก์และไม่ใช่มูลหนี้ละเมิด
              ตำมฟ้อง ยอดจ�ำนวนเงินในใบค�ำขอโอนเงินไปต่ำงประเทศไม่ตรงกับใบสั่งซื้อ ใบค�ำขอ
              โอนเงินดังกล่ำวและหนังสือค้ำประกันปลอม จ�ำเลยท ๒ ไม่ต้องรับผิดเป็นกำรส่วนตัวกับ
                                                                ี
                                                                ่
                                          �
              จ�ำเลยที่ ๑ ต่อโจทก์ ดังนี้ แม้โจทก์จะกล่ำวอ้ำงมำในค�ำฟ้องว่ำ จ�ำเลยทั้งสำมร่วมกันท�ำ
              ละเมิดต่อโจทก์ แต่เมื่อคดีตำมค�ำฟ้องและค�ำให้กำรของจ�ำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ยังมีปัญหำ
              ที่ต้องวินิจฉัยถึงควำมรับผิดระหว่ำงโจทก์กับจ�ำเลยที่ ๑ โดยจ�ำเลยที่ ๒ อันเนื่องมำจำก
                                                                               ่
                                                                                              ี
              กำรซ้อขำยระหว่ำงประเทศดังกล่ำว และควำมรับผิดระหว่ำงจ�ำเลยท ๓ โดยจ�ำเลยท ๒
                   ื
                                                                               ี
                                                                                              ่
              ซึ่งค�้ำประกันจ�ำเลยที่ ๑ ต่อโจทก์ตำมหนังสือค�้ำประกัน ตลอดจนควำมรับผิดของจ�ำเลย
              ท ๒ ต่อโจทก์ตำมหนังสือรับสภำพหน้หรือไม่ เพียงใด คดีน้จึงเป็นคดีแพ่งเก่ยวกับกำร
                ี
                                                  ี
                ่
                                                                       ี
                                                                                       ี
                                                         ี
                ื
                                                   ื
                                                      ี
                                                              ื
              ซ้อขำยระหว่ำงประเทศและนิติกรรมอ่นท่เก่ยวเน่องท่อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำ
                                                                  ี
                                                                                  ิ
              ของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ ตำมบทบัญญัต มำตรำ ๗ (๕)
                                                     138
   161   162   163   164   165   166   167   168   169   170   171