Page 201 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 201
ค�ำวินิจฉัยของประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษ บริษัทนวกิจประกันภัย จ�ำกัด
ที่ วทป ๗/๒๕๖๓ (มหำชน) โจทก์
บริษัทอินเตอร์ ยูเนี่ยน
(ประเทศไทย) จ�ำกัด จ�ำเลย
ี
ี
กำรจะวินิจฉัยว่ำ คดีน้เป็นคดีแพ่งเก่ยวกับกำรขนส่งระหว่ำงประเทศ หรือไม่น้น
ั
ื
เน่องจำกค�ำฟ้องของโจทก์สรุปได้ใจควำมว่ำ โจทก์เป็นผู้รับช่วงสิทธิจำกผู้เอำประกันภัย
ในฐำนะผู้รับประกันภัยตำมกฎหมำยในกำรเรียกร้องค่ำเสียหำยจำกกำรขนส่งสินค้ำ
ี
จำกท่ำเรือเจนัว สำธำรณรัฐอิตำล ถึงท่ำเรือกรุงเทพ ประเทศไทย โดยภำยหลังได้รับกำร
ั
ตรวจสอบปรำกฏว่ำ สินค้ำบำงส่วนได้รับควำมเสียหำย ดังน้น เม่อจ�ำเลยให้กำรปฏิเสธ
ื
ควำมรับผิดและต่อสู้ว่ำ จ�ำเลยไม่ใช่ผู้ขนส่งสินค้ำอันต้องรับผิดท่เกิดจำกควำมเสียหำย
ี
ี
ในกำรขนส่งและไม่มีนิติสัมพันธ์ใด ๆ กับผู้เอำประกันภัยท่โจทก์รับช่วงสิทธิตำมสัญญำ
ี
ึ
ิ
ิ
ี
ั
ิ
ั
รบขนส่งสนค้ำ กรณีจงมปัญหำให้ต้องพจำรณำว่ำ จ�ำเลยมนิตสัมพันธ์กบผู้เอำประกันภัย
ท่โจทก์รับช่วงสิทธิตำมสัญญำรับขนของทำงทะเลและต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่ เพียงใด
ี
และเม่อกำรขนส่งสินค้ำรำยน้เป็นกำรขนส่งสินค้ำจำกสำธำรณรัฐอิตำลีมำยังประเทศไทย
ี
ื
ี
้
ี
จึงเป็นกำรขนส่งสินค้ำระหว่ำงประเทศ คดีนจึงเป็นคดีแพ่งเก่ยวกับกำรขนส่งระหว่ำง
ประเทศ ตำมบทบัญญัติมำตรำ ๗ (๕) แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำ
ระหว่ำงประเทศและวิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙
_____________________________
โจทก์ฟ้องว่ำ โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหำชนจ�ำกัด โจทก์เป็นผู้รบประกันภัย
ั
ี
สินค้ำท่ขนส่งตำมกรมธรรม์ประกันภัยไว้กับบริษัท ๑๒๘ กรุ๊ป จ�ำกัด ผู้เอำประกันภัย ตำม
ี
ื
กรมธรรม์ประกันภัยเลขท่ เอ็ม ๐๘ เอฟเคเอ็น-๐๐๑-๐๐๐ โดยกรมธรรม์ดังกล่ำวมีเง่อนไขว่ำ
ึ
ี
ี
หำกสินค้ำท่โจทก์รับประกันภัยไว้ได้รับควำมเสียหำยอย่ำงใดท่เกิดข้นในระหว่ำงเวลำประกันภัย
โจทก์จะเป็นฝ่ำยด�ำเนินกำรชดใช้ค่ำสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอำประกันภัยส่วนจ�ำเลยเป็นนิติบุคคล
ประเภทบริษัทจ�ำกัด โดยจ�ำเลยได้รับว่ำจ้ำงจำกผู้เอำประกันให้เป็นผู้ขนส่งสินค้ำประเภทแผ่น
หนังโคฟอกย้อมสี จำกท่ำเรอเจนัว สำธำรณรัฐอิตำลี มำยังท่ำเรือกรงเทพ ประเทศไทย และ
ุ
ื
เม่อสินค้ำถึงปลำยทำงท่ท่ำเรือกรุงเทพแล้วมีกำรน�ำสินค้ำมำพักไว้ท่คลังสินค้ำหมำยเลข ๑๕
ื
ี
ี
173

