Page 199 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 199

ค�ำวินิจฉัยของประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษ   บริษัทไทยคม จ�ำกัด

                       ที่ วทป ๑/๒๕๖๓                            (มหำชน)                      โจทก์

                                                                 บริษัทโอเปกซ์ เทล จ�ำกัด   จ�ำเลย


                                                         ื
                       โจทก์เป็นผู้ให้บริกำรช่องสัญญำณส่อสำรดำวเทียมอยู่ในรำชอำณำจักรไทย
                                                                ึ
                                      ื
              ให้บริกำรช่องสัญญำณส่อสำรดำวเทียมแก่จ�ำเลยซ่งอยู่ในสำธำรณรัฐอำหรับอียิปต์
                                                                            ี
              เม่อจ�ำเลยผิดนัดไม่ช�ำระค่ำบริกำรแก่โจทก์ จึงเป็นคดีแพ่งเก่ยวกับกำรให้บริกำร
                ื
              ระหว่ำงประเทศ
                                      _____________________________



                       โจทก์ฟ้องว่ำ โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหำชนจ�ำกัด ส่วนจ�ำเลยเป็นนิติบุคคล
              ตำมกฎหมำยของสำธำรณรัฐอำหรับอียิปต์ เมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกำยน ๒๕๕๕ โจทก์ท�ำสัญญำให้

              บริกำรช่องสัญญำณส่อสำรดำวเทียมในรูปแบบของช่องสัญญำณท่จัดสรรให้แก่ลูกค้ำและอุปกรณ์
                                                                      ี
                                ื
              ช่องสัญญำณสื่อสำรดำวเทียม หรือสัญญำบริกำรทรำนส์พอนเดอร์ มีก�ำหนดเวลำตั้งแต่วันที่ ๑
              ธันวำคม ๒๕๕๕ ถึงวันที่ ๓๐ พฤศจิกำยน ๒๕๕๘ จ�ำเลยตกลงช�ำระค่ำบริกำรแก่โจทก์ภำยใน

                                             ึ
              ก�ำหนดเวลำท่แจ้งไว้ในใบแจ้งหน้ซ่งโจทก์จะส่งให้เป็นรำยเดือน หำกผิดนัดยอมเสียเบ้ยปรับ
                                                                                           ี
                           ี
                                            ี
              แก่โจทก์ และโจทก์อำจระงับบริกำรช่วครำวและ/หรือยกเลิกสัญญำได้ โจทก์ส่งใบแจ้งหน้เรียกเก็บ
                                             ั
                                                                                         ี
              ค่ำบริกำรจำกจ�ำเลยแล้ว แต่จ�ำเลยผิดนัดไม่ช�ำระหนี้แก่โจทก์ โจทก์บอกกล่ำวทวงถำมให้จ�ำเลย
              ช�ำระหนี้ แต่จ�ำเลยเพิกเฉย เมื่อวันที่ ๑๒ กุมภำพันธ์ ๒๕๕๘ โจทก์จึงมีหนังสือบอกเลิกสัญญำ
                                                    ี
              ภำยหลังสัญญำเลิกกันแล้ว จ�ำเลยช�ำระหน้ให้แก่โจทก์เพียงบำงส่วน ขอให้บังคับจ�ำเลยช�ำระ
              เงิน ๘๙๔,๓๗๓.๓๓ ดอลลำร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงิน ๒๗,๓๙๐,๒๗๒.๗๐ บำท พร้อมดอกเบี้ย

              อัตรำร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินดังกล่ำวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่ำจะช�ำระเสร็จแก่โจทก์
                       ในชั้นพิจำรณำ ศำลจังหวัดนนทบุรี เห็นว่ำ กรณีมีปัญหำว่ำ คดีนี้อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำ

              พิพำกษำของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศหรือไม่ จึงให้รอกำรพิจำรณำ

              พิพำกษำคดีไว้ช่วครำว แล้วเสนอปัญหำดังกล่ำวให้ประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษเป็น
                             ั
                                             ั
              ผู้วินิจฉัย ตำมพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศและ
              วิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ มำตรำ ๙






                                                     171
   194   195   196   197   198   199   200   201   202   203   204