Page 245 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 245

มำตรำ ๗ (๕) (๖) แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ

              และวิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙

                                      _____________________________



                       โจทก์ฟ้องว่ำ จ�ำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจ�ำกัด มีจ�ำเลยที่ ๒ เป็นกรรมกำร

              ผู้มีอ�ำนำจกระท�ำกำรแทน และมีจ�ำเลยที่ ๓ เป็นเจ้ำของบริษัทจ�ำเลยที่ ๑ แสดงตนออกชัดแจ้ง
              และ/หรือโดยปริยำยในกำรติดต่อสั่งซื้อข้ำวกับโจทก์ เมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนำยน ๒๕๕๘ จ�ำเลยที่ ๑

              ท�ำสัญญำซื้อขำยข้ำวนึ่งกับโจทก์ ๑๐,๐๐๐ เมตริกตัน รำคำ ๓,๗๐๐,๐๐๐ เหรียญสหรัฐ ก�ำหนด

                           ื
                                                                  ิ
              ส่งสินค้ำโดยเง่อนไขเอฟโอบี คือ ควำมรับผิดของผู้ขำยส้นสุดลงเม่อสินค้ำข้ำมพ้นกรำบเรือ
                                                                          ื
              ณ ท่ำเรือกรุงเทพ จ�ำเลยทั้งสำมเสนอกำรช�ำระรำคำสินค้ำโดยตรำสำรเลตเตอร์ออฟเครดิตของ
              ธนำคำรกรุงเทพ จ�ำกัด (มหำชน) โจทก์ส่งมอบสินค้ำแก่จ�ำเลยท่ ๑ ณ ท่ำเรือกรุงเทพครบถ้วน
                                                                      ี
              แล้ว และโจทก์ทรำบว่ำสินค้ำไปถึงท่ำเรือปลำยทำงท่ประเทศสำธำรณรัฐเยเมนแล้ว โจทก์จึง
                                                             ี
                                                                        ื
              น�ำเอกสำรต่ำงๆ ส่งมอบให้ธนำคำรกรุงเทพ จ�ำกัด (มหำชน) เพ่อเบิกเงินตำมเลตเตอร์ออฟ
              เครดิต แต่ธนำคำรกรุงเทพ จ�ำกัด (มหำชน) แจ้งว่ำธนำคำรสินเชื่อเพื่อสหกรณ์และกำรเกษตร
              กรุงซำนำ ผู้ออกเลตเตอร์ออฟเครดิตที่ประเทศสำธำรณรัฐเยเมนปฏิเสธกำรจ่ำยเงิน กำรที่จ�ำเลยที่ ๑

                         ี
                                                       ี
              โดยจ�ำเลยท่ ๓ แสดงออกชัดแจ้งว่ำจะช�ำระหน้ค่ำสินค้ำโดยเลตเตอร์ออฟเครดิตชนิดเพิกถอน
              ไม่ได้ของธนำคำรกรุงเทพ จ�ำกัด (มหำชน) ท�ำให้โจทก์หลงเชื่อและเข้ำท�ำสัญญำกับจ�ำเลยที่ ๑

              ซึ่งหำกจ�ำเลยที่ ๑ ไม่ปกปิดข้อเท็จจริงว่ำธนำคำรกรุงเทพ จ�ำกัด (มหำชน) เป็นเพียงธนำคำร

                                ั
                                         ็
                                                                   ี
              ผู้เรียกเก็บเงินเท่ำน้น โจทก์กจะไม่เข้ำท�ำสัญญำกับจ�ำเลยท่ ๑ อันเป็นกำรปกปิดข้อเทจจริง
                                                                                            ็
              อันเป็นสำระส�ำคัญ อีกท้งจ�ำเลยท้งสำมมิได้ขวนขวำยในกำรช�ำระรำคำข้ำวแก่โจทก์หรือหำ
                                    ั
                                             ั
              หลักประกันใด ๆ เพื่อประกันกำรช�ำระหนี้โจทก์ อันเป็นกำรงดเว้นกำรกระท�ำกำรและก่อให้เกิด
              ควำมเสียหำยแก่โจทก์ จ�ำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ก่อตั้งบริษัทจ�ำเลยที่ ๑ มำด้วยเจตนำทุจริต รู้ว่ำตน
                                                                  ั
              ไม่มีเงินช�ำระค่ำสินค้ำแต่กลับส่งสินค้ำจ�ำนวนมำก จ�ำเลยท้งสำมจึงร่วมกันท�ำละเมิดต่อโจทก์
                                          ั
                                                      ี
                                                                                 ั
              โจทก์บอกเลิกสัญญำกับจ�ำเลยท้งสำมเม่อวันท่ ๓ สิงหำคม ๒๕๕๙ จ�ำเลยท้งสำมจึงต้องท�ำให้
                                                 ื
                                          ั
              โจทก์กลับสู่ฐำนะเดิม ขอให้บังคับจ�ำเลยทั้งสำมส่งมอบข้ำว ๑๐,๐๐๐ เมตริกตัน คืนโจทก์ โดย
              จ�ำเลยท้งสำมต้องด�ำเนินกำรใด ๆ เพ่อน�ำสินค้ำของโจทก์กลับมำยังประเทศไทยโดยค่ำใช้จ่ำย
                     ั
                                               ื
              ของจ�ำเลยทั้งสำมเอง พร้อมช�ำระค่ำเสียโอกำสทำงกำรค้ำ ๑๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บำท แก่โจทก์ พร้อม
              ดอกเบ้ยอัตรำร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่ำจะช�ำระเสร็จแก่โจทก์ หำกจ�ำเลย
                    ี



                                                     217
   240   241   242   243   244   245   246   247   248   249   250