Page 241 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 241

ผ่ำนพิธีกำรทำงศุลกำกรไทยน�ำสินค้ำของจ�ำเลยที่ ๑ ออกจำกท่ำเรือ ขนส่งสินค้ำของจ�ำเลยที่ ๑

                           ี
                          ี
                                                                        ั
                                                                ี
              ไปยังสถำนท่ท่ตกลง และครอบครองสินค้ำแทนจ�ำเลยท่ ๑ เท่ำน้น ตำมสัญญำไม่มีข้อตกลง
              เรื่องค่ำบริกำรของตัวแทนน�ำเข้ำในอัตรำร้อยละ ๓.๕ และสัญญำดังกล่ำวมีระยะเวลำ ๑ ปี นับแต่
              วันท�ำสัญญำคือวันที่ ๑ ธันวำคม ๒๕๕๖ สัญญำได้สิ้นสุดลงแล้ว ต่อมำประมำณเดือนมกรำคม
                            ี
              ๒๕๕๘ จ�ำเลยท่ ๓ ว่ำจ้ำงโจทก์ท่ ๑ เป็นตัวแทนขนส่งสินค้ำประเภทหนังสัตว์ซ่งจ�ำเลยท่ ๑
                                            ี
                                                                                     ึ
                                                                                              ี
                                                     ี
                                          ื
                                                                                              ี
              เป็นผู้ขนส่งมำยังประเทศไทยเพ่อให้จ�ำเลยท่ ๓ ท�ำกำรปรับแต่งและฟอกหนัง โดยโจทก์ท่ ๑
              เป็นผู้ด�ำเนินกำรผ่ำนพิธีกำรทำงศุลกำกรน�ำสินค้ำออกจำกท่ำเรือกรุงเทพและไปส่งให้จ�ำเลยท่ ๓
                                                                                              ี
              ณ คลังสินค้ำที่จ�ำเลยที่ ๓ เป็นผู้เช่ำ โจทก์ที่ ๑ จะเรียกเก็บค่ำขนส่งและค่ำบริกำร ค่ำธรรมเนียม
                                                     ี
                                  ี
                                                           ึ
              รวมถึงค่ำภำษีอำกรท่ต้องช�ำระจำกจ�ำเลยท่ ๓ ซ่งเป็นกำรช�ำระในนำมของจ�ำเลยท่ ๓ เอง
                                                                                         ี
                                                                                             ี
              กำรเลำะ ปรับแต่ง และฟอกหนังสัตว์ท่ท�ำให้เกิดกล่นเน่ำเหม็นของซำกสัตว์รุนแรง เป็นหน้ำท่ของ
                                               ี
                                                         ิ
              โจทก์ท้งสองท่ต้องควบคุมดูแลและหำมำตรกำรป้องกันเพรำะโจทก์ท้งสองสมัครใจเข้ำเส่ยงต่อ
                           ี
                    ั
                                                                          ั
                                                                                           ี
              ปัญหำที่เกิดขึ้นจำกกำรรับจ้ำงเอง ส่วนคดีแพ่งหมำยเลขด�ำที่ พ. ๑๔๕๓/๒๕๕๙ ของศำลแพ่ง
              ระหว่ำงจ�ำเลยที่ ๓ และโจทก์ที่ ๑ นั้น คดียังอยู่ระหว่ำงพิจำรณำ โจทก์ทั้งสองทรำบดีว่ำเมื่อน�ำ
                                                                                      ี
                                                                                            ั
                                                                     ี
                                                                            ี
              สินค้ำผ่ำนพิธีกำรทำงศุลกำกรแล้วจะต้องขนสินค้ำไปเก็บไว้ ณ ท่ใด ตำมท่ได้รับจ้ำงท่โจทก์ท้งสอง
                           ั
              อ้ำงว่ำจ�ำเลยท้งเจ็ดลักลอบน�ำซำกสัตว์ไปเก็บไว้ในคลังสินค้ำท่ไม่ได้รับอนุญำต ท�ำให้โจทก์
                                                                      ี
              ท้งสองตกเป็นผู้กระท�ำควำมผิดทำงอำญำ กรณียังไม่ปรำกฏว่ำมีควำมผิดเกิดข้น จ�ำเลยท่ ๒ ท่ ๓
                                                                                          ี
                                                                                 ึ
                                                                                              ี
                ั
              และท่ ๕ ไม่ได้ผิดสัญญำและไม่ได้กระท�ำละเมิดต่อโจทก์ท้งสอง จึงไม่ต้องรับผิดในจ�ำนวนเงิน
                                                                 ั
                   ี
                                                              ั
                             ี
              และค่ำเสียหำยท่โจทก์ท้งสองเรียกร้องมำ ฟ้องโจทก์ท้งสองเคลือบคลุม ค�ำฟ้องในส่วนละเมิด
                                   ั
                                             ั
              ขำดอำยุควำม และฟ้องของโจทก์ท้งสองไม่ได้อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลทรัพย์สิน
              ทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ ขอให้ยกฟ้อง
                       ระหว่ำงพิจำรณำจ�ำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๕ ยื่นค�ำร้องว่ำ คดีนี้ไม่อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำ
              พิพำกษำของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ ตำมมำตรำ ๗ (๕) แห่ง
              พระรำชบัญญัติจัดต้งศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศและวิธีพิจำรณำคด     ี
                                ั
                                                                                         ี
                                                                                    ี
              ทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ เน่องจำกจ�ำเลยท่ ๒ ท่ ๓ และ
                                                                       ื
              ที่ ๕ ไม่มีนิติสัมพันธ์กับโจทก์ทั้งสองเกี่ยวข้องกับกำรซื้อขำย กำรให้บริกำรระหว่ำงประเทศ หรือ
              กำรขนส่งระหว่ำงประเทศ และไม่ได้เป็นตัวแทนหรือผู้แทนของจ�ำเลยที่ ๑
                                                                               ิ
                                      �
                                   ื
                                                   ี
                                        ั
                             ั
                       โจทก์ทงสองยนคำคดค้ำนว่ำ คดนเป็นคดแพ่งเกยวกบกำรให้บรกำรระหว่ำงประเทศ
                                   ่
                             ้
                                                           ี
                                                                 ี
                                                                 ่
                                                     ้
                                                     ี
                                                                     ั
              หรือกำรขนส่งระหว่ำงประเทศอันอยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำ
              และกำรค้ำระหว่ำงประเทศ ตำมพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำ
                                                              ั
                                                     213
   236   237   238   239   240   241   242   243   244   245   246