Page 276 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 276

ี
              ช�ำระเงิน ๑,๔๘๙,๙๖๘,๑๕๙.๘๕ บำท พร้อมดอกเบ้ยอัตรำร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงิน
              ๑,๒๒๕,๗๒๓,๙๑๒.๓๒ บำท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่ำจะช�ำระเสร็จแก่โจทก์

                                                             ื
                       จ�ำเลยให้กำรว่ำ จ�ำเลยได้ลงนำมในข้อตกลงซ้อขำยประกอบบันทึกข้อตกลงควำมเข้ำใจ
              ระหว่ำงรำชอำณำจักรไทยและสำธำรณรัฐออสเตรีย กับบริษัทสไตเออร์ - เดมเลอร์ - พุค โดย

                          ื
              จ�ำเลยตกลงซ้อรถดับเพลิงและอุปกรณ์บรรเทำสำธำรณภัย ก�ำหนดให้ผู้ขำยส่งมอบสินค้ำให้จ�ำเลย
              ณ ท่ำเรือคลองเตย ท่ำเรือสัตหีบ ท่ำเรือแหลมฉบัง หรือท่ำอำกำศยำนกรุงเทพ ผู้ขำยได้จัดส่งสินค้ำ
              ทำงเรือมำถึงท่ำเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี จ�ำเลยจึงได้มีหนังสือไปยังนำยด่ำนศุลกำกร

              ท่ำเรือแหลมฉบัง ขอผ่อนผันให้รับของออกไปก่อนกำรปฏิบัติพิธีกำรศุลกำกร โจทก์ทั้งสองได้น�ำ

              รถดับเพลิงและอุปกรณ์บรรเทำสำธำรณภัยจ�ำนวน ๑๗๖ คัน ออกไปจำกท่ำเรือแหลมฉบังไป

                                                                                  ั
                          ี
                                 ี
                                            ั
              เก็บรักษำไว้ท่สถำนท่ของโจทก์ท้งสอง โดยจ�ำเลยไม่ได้มอบหมำยให้โจทก์ท้งสองหรือบริษัท
              สไตเออร์ - เดมเลอร์ - พุค เป็นผู้น�ำรถดังกล่ำวไปเก็บรักษำ จ�ำเลยได้ด�ำเนินกำรเคล่อนย้ำย
                                                                                          ื
                                                                               ี
              รถดับเพลิงและอุปกรณ์บรรเทำสำธำรณภัยจ�ำนวน ๑๗๖ คัน ออกจำกท่ดินและโรงงำนของ
                                                  ื
                     ี
              โจทก์ท่ ๒ แล้ว สัญญำตำมข้อตกลงซ้อขำยประกอบบันทึกข้อตกลงควำมเข้ำใจระหว่ำง
              รำชอำณำจักรไทยและสำธำรณรัฐออสเตรีย กับบริษัทสไตเออร์ - เดมเลอ - พุค ไม่มีผลผูกพัน
              ตำมกฎหมำย เพรำะบริษัผู้ขำยกระท�ำควำมผิดตำมพระรำชบัญญัติว่ำด้วยควำมผิดเก่ยวกับ
                                                                                           ี
                                            ั
              กำรเสนอรำคำต่อหน่วยงำนของรฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ และมควำมผดฐำนสนับสนนเจ้ำพนกงำน
                                                                                   ุ
                                                                                           ั
                                                                 ี
                                                                       ิ
                               ี
                                                                       ั
                                                                                     �
              ในกำรปฏิบัติหน้ำท่โดยมิชอบท�ำให้รำชกำรเสียหำย ฟ้องโจทก์ท้งสองเป็นฟ้องซ้ำ จ�ำเลยไม่ม  ี
              นิติสัมพันธ์ใด ๆ กับโจทก์ทั้งสองจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ทั้งสอง ค่ำเสียหำยที่ฝ่ำยโจทก์เรียกมำ
                                                        ี
                                                                     ี
              ไม่ถูกต้อง ฟ้องโจทก์ท้งสองขำดอำยุควำม คดีน้เป็นคดีแพ่งเก่ยวกับกำรขนส่งระหว่ำงประเทศ
                                  ั
              และนิติกรรมอ่นท่เก่ยวเน่องท่อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและ
                              ี
                                    ื
                                ี
                           ื
                                        ี
              กำรค้ำระหว่ำงประเทศ ขอให้ยกฟ้อง
                       ในชั้นพิจำรณำ ศำลแพ่งเห็นว่ำ กรณีมีปัญหำว่ำ คดีนี้อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำ
              ของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศหรือไม่ จึงให้รอกำรพิจำรณำพิพำกษำคด  ี
                 ั
                                        ั
              ไว้ช่วครำว แล้วเสนอปัญหำดงกล่ำวให้ประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษเป็นผู้วินิจฉัย ตำม
              พระรำชบัญญัติจัดต้งศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศและวิธีพิจำรณำคด     ี
                                ั
              ทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ มำตรำ ๙
                                                                                             ื
                                     ี
                       วินิจฉัยว่ำ คดีน้เป็นคดีแพ่งเก่ยวกับกำรขนส่งระหว่ำงประเทศและนิติกรรมอ่นท  ่ ี
                                                  ี
                     ื
                ี
                                                                ั
              เก่ยวเน่อง ตำมมำตรำ ๗ (๕) แห่งพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำ
                                                     248
   271   272   273   274   275   276   277   278   279   280   281