Page 457 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 457

ค�ำวินิจฉัยของประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษ   กรมอุตสำหกรรมพื้นฐำน

                       ที่ วภ ๓/๒๕๖๓                            และกำรเหมืองแร่                 โจทก         ์

                                                                                    บริษัทสุมิตรอุดรก่อสร้ำง  ๑๙๗๙
                                                                จ�ำกัด  กับพวก                  จ�ำเลย



                                                                                     ี
                                                          ี
                       ศำลจังหวัดอุดรธำนีมีค�ำพิพำกษำคดีน้แล้ว จึงเป็นกำรล่วงเลยเวลำท่ศำลอุทธรณ์
                                        ื
                                                                          ั
              ภำค ๔ จะหยิบยกปัญหำเร่องอ�ำนำจศำลข้นมำกล่ำวอ้ำง อีกท้งตำมค�ำฟ้องของโจทก์
                                                       ึ
                                                              ี
                                                                                    ี
                                       ั
              และค�ำให้กำรของจ�ำเลยท้งสอง ไม่มีกรณีพิพำทเก่ยวกับภำษีอำกรตำมท่ก�ำหนดไว้ใน
              มำตรำ ๗ แห่ง พ.ร.บ. จัดต้งศำลภำษีอำกรและวิธีพิจำรณำคดีภำษีอำกร พ.ศ. ๒๕๒๘
                                         ั
              คดีไม่อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลภำษีอำกร
                                     _______________________________



                                ่
                             ้
                                                                                  ้
                                               ่
                       โจทก์ฟองวำ จ�ำเลยทั้งสองรวมกันประกอบกิจกำรเหมืองแร่โดยไม่ไดรับอนุญำต ท�ำให ้
                                        ้
              โจทก์ได้รับควำมเสียหำยและพนท่ปำไม้ได้รับควำมเสียหำยด้วย เป็นควำมผิดตำมพระรำชบัญญัต ิ
                                           ี
                                            ่
                                        ื
              แร่ พ.ศ. ๒๕๑๐ มำตรำ ๔๓ และพระรำชบัญญัติส่งเสริมและรักษำคุณภำพสิ่งแวดล้อมแห่งชำติ
              พ.ศ. ๒๕๓๕ รวมควำมเสียหำย ๘๔๗,๗๕๔,๔๒๐.๑๘ บำท ขอให้จ�ำเลยท้งสองร่วมกัน
                                                                                    ั
              ช�ำระเงิน ๘๔๗,๗๕๔,๔๒๐.๑๘ บำท พร้อมดอกเบี้ยอัตรำร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของเงินต้นจ�ำนวน
              ดังกล่ำว นับแต่วันที่โจทก์ตรวจพบจนถึงวันฟ้อง เป็นเงิน ๕๙,๗๔๙,๒๖๗.๐๑ บำท และดอกเบี้ย

              อัตรำร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของเงินต้น ๘๔๗,๗๕๔,๔๒๐.๑๘ บำท นับแต่วันถัดจำกวันฟ้องจนกว่ำ
              จะช�ำระเสร็จแก่โจทก์

                                                                                             ึ
                       จ�ำเลยท้งสองให้กำรและแก้ไขค�ำให้กำรว่ำ โจทก์ไม่มีอ�ำนำจฟ้องเรียกค่ำเสียหำยซ่งอย ู่
                              ั
                                                                                               ั
                                                            ี
                     ี
                  ื
              ในพ้นท่รับผิดชอบของกรมป่ำไม้ โจทก์มีอ�ำนำจหน้ำท่ตำมพระรำชบัญญัติแร่ พ.ศ. ๒๕๑๐ เท่ำน้น
              จ�ำเลยท่ ๑ ได้ใบประทำนบัตร เม่อใบประทำนบัตรหมดอำยุ และอยู่ระหว่ำงกำรด�ำเนินกำรต่อ
                     ี
                                            ื
              อำยุ กำรต่ออำยุล่ำช้ำเป็นเพรำะโจทก์และหน่วยงำนที่เกี่ยวข้อง จ�ำเลยที่ ๑ ช�ำระค่ำภำคหลวงให้
              แก่โจทก์ และโจทก์ตรวจสอบกำรท�ำเหมืองแร่หินของจ�ำเลยตำมระเบียบเหมือนคร้งใบประทำน
                                                                                     ั
              บัตรยังไม่หมดอำยุ ปริมำณแร่ที่โจทก์น�ำมำคิดเป็นค่ำเสียหำยนั้นคลำดเคลื่อนจำกควำมเป็นจริง

              จ�ำเลยมิได้ท�ำลำยหรือท�ำให้สูญหำยหรือเสียหำยต่อทรัพยำกรธรรมชำติของรัฐหรือสำธำรณสมบัต ิ
              ของแผ่นดิน โจทก์ฟ้องเรียกค่ำเสียหำยจำกมูลละเมิดจึงขำดอำยุควำม ขอให้ยกฟ้อง




                                                     429
   452   453   454   455   456   457   458   459   460   461   462