Page 459 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 459
ข้อสังเกต
ั
ื
ปัญหำว่ำคดีอยู่ในอ�ำนำจศำลภำษีอำกรหรือศำลยุติธรรมอ่น พระรำชบัญญัติจัดต้งศำล
ภำษีอำกรและวิธีพิจำรณำคดีภำษีอำกร พ.ศ. ๒๕๒๘ มำตรำ ๑๐ วรรคสอง ก�ำหนดให้ประธำน
ศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษเป็นผู้วินิจฉัยและค�ำวินิจฉัยของศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษให้เป็น
ี
ั
ท่สุด ศำลช้นต้นไม่มีอ�ำนำจวินิจฉัยปัญหำดังกล่ำว คดีน้ค�ำฟ้องของโจทก์และค�ำให้กำรของจ�ำเลย
ี
ั
ี
ี
ั
ท้งสองไม่มีกรณีพิพำทเก่ยวกับภำษีอำกรตำมท่ก�ำหนดในมำตรำ ๗ แห่งพระรำชบัญญัติจัดต้ง
ั
ศำลภำษีอำกรและวิธีพิจำรณำคดีภำษีอำกร พ.ศ. ๒๕๒๘ ท้งในระหว่ำงพิจำรณำของศำลจังหวัด
ั
อุดรธำนีก็ไม่ปรำกฏว่ำมีกำรโต้แย้งคัดค้ำนว่ำศำลช้นต้นไม่มีอ�ำนำจรับพิจำรณำพิพำกษำคดีน ี ้
จนศำลจังหวัดอุดรธำนีมีค�ำพิพำกษำ เท่ำกับศำลจังหวัดอุดรธำนีเห็นว่ำคดีอยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำ
ื
ของศำล และคู่ควำมต่ำงยอมรับในเร่องอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำล กรณีจึงไม่มีปัญหำ
ว่ำคดีอยู่ในอ�ำนำจศำลภำษีอำกรหรือไม่ และล่วงเลยเวลำที่ศำลอุทธรณ์ภำค ๔ จะส่งส�ำนวนให้
ประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษวินิจฉัยตำมมำตรำ ๑๐ วรรคสอง แห่งพระรำชบัญญัติจัดตั้ง
ศำลภำษีอำกรและวิธีพิจำรณำคดีภำษีอำกร พ.ศ. ๒๕๒๘ กรณีมีปัญหำว่ำคดีใดจะอยู่ในอ�ำนำจ
ั
ั
ั
ของศำลภำษีอำกรหรือศำลช้นต้นในช้นตรวจค�ำฟ้อง หำกศำลภำษีอำกรหรือศำลช้นต้นเห็นว่ำ
คดีไม่อยู่ในอ�ำนำจของศำลภำษีอำกรจะมีค�ำส่งไม่รับฟ้องหรือยกฟ้องได้เลยหรือไม่ กรณีเช่นน ี ้
ั
ี
ี
้
ื
่
่
ิ
�
ื
ี
่
ู
ุ
ยอมเปนกำรวนจฉยวำคดนอยในอำนำจศำลภำษอำกรหรอศำลยตธรรมอน ซงตำมพระรำชบญญต ิ
็
ั
่
ั
ึ
ิ
ิ
ั
่
จัดตั้งศำลภำษีอำกรและวิธีพิจำรณำคดีภำษีอำกร พ.ศ. ๒๕๒๘ มำตรำ ๑๐ วรรคสอง ก�ำหนดให้
ประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษเป็นผู้วินิจฉัยเท่ำน้น ศำลภำษีอำกรหรือศำลช้นต้นหำ
ั
ั
ั
มีอ�ำนำจวินิจฉัยปัญหำดังกล่ำวในช้นตรวจค�ำฟ้อง หำกศำลภำษีอำกรหรือศำลช้นต้นมีค�ำส่ง
ั
ั
ในเร่องดังกล่ำวย่อมเป็นกำรไม่ชอบด้วยกฎหมำย ตำมค�ำพิพำกษำศำลฎีกำท่ ๙๒๔๐/๒๕๓๙
ี
ื
ั
ื
เม่อคดีมีปัญหำว่ำอยู่ในอ�ำนำจของศำลภำษีอำกรหรือศำลช้นต้นข้นมำ ศำลภำษีอำกรหรือ
ึ
ศำลช้นต้นจึงสมควรส่งส�ำนวนคดีไปให้ประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษวินิจฉัยตำมท่ก�ำหนด
ั
ี
ไว้ในมำตรำ ๑๐ วรรคสอง หำกกรณีศำลช้นต้นรับฟ้องมำแล้ว จ�ำเลยให้กำรต่อสู้ว่ำคดีอยู่ใน
ั
ี
ี
ื
ั
อ�ำนำจศำลภำษอำกร คดีย่อมมีปัญหำว่ำอยู่ในอ�ำนำจของศำลภำษอำกรหรอไม่ ศำลช้นต้น
ี
ท่รับคดีไว้ไม่มีอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำคดีเร่องน้ได้ ท้งคดีเร่องใดจะอยู่ในเขตอ�ำนำจของ
ื
ี
ื
ั
ศำลใดน้น เป็นปัญหำท่เก่ยวด้วยควำมสงบเรียบร้อยของประชำชนตำมค�ำพิพำกษำศำลฎีกำ
ั
ี
ี
ี
ุ
ี
ท ๒๗๘๑/๒๕๔๗ และเป็นอำนำจของประธำนศำลอทธรณ์คดชำนญพเศษเพยงผ้เดยวเป็น
่
ิ
ี
ั
�
ู
�
ี
ผู้วินิจฉัย ศำลที่รับคดีไว้ต้องรอกำรพิจำรณำพิพำกษำไว้ชั่วครำวแล้วเสนอปัญหำนั้นให้ประธำน
431

