Page 463 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 463

ค�ำวินิจฉัยของประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษ   บริษัทรักษำควำมปลอดภัย

                       ที่ วภ ๒/๒๕๖๓                            จี  เอส จ�ำกัด               โจทก         ์

                                                                                บริษัทซี  เอ็น  ซี  โมลด์
                                                                แอนด์ พำร์ท  จ�ำกัด        จ�ำเลย



                                                            ิ
                                                         ็
                                                                            �
                                                                      �
                       ตำมคำฟ้องและคำให้กำร มประเดนพพำทว่ำ จำเลยชำระค่ำจ้ำงโจทก์แล้ว
                            �
                                                  ี
                                        �
                                                                                           ี
                                                                 ี
              หรือไม่ และโจทก์ต้องรับผิดในทรัพย์สินของจ�ำเลยท่สูญหำยหรือไม่ แม้ค่ำจ้ำงท่โจทก์
              เรียกจำกจ�ำเลยจะรวมภำษีมูลค่ำเพ่มอยู่ด้วยก็ตำม แต่ไม่มีกรณีพิพำทเก่ยวกับภำษีอำกร
                                               ิ
                                                                                 ี
              ตำมท่ก�ำหนดไว้ในมำตรำ ๗ แห่ง พ.ร.บ. จัดต้งศำลภำษีอำกรและวิธีพิจำรณำคดีภำษ         ี
                                                           ั
                    ี
              อำกร พ.ศ. ๒๕๒๘ คดีไม่อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลภำษีอำกร
                                      _____________________________
                       โจทก์ฟ้องว่ำ เมื่อวันที่ ๑ ธันวำคม ๒๕๕๘ จ�ำเลยท�ำสัญญำว่ำจ้ำงให้โจทก์ท�ำกำรรักษำ

              ควำมปลอดภัยให้แก่ทรัพย์สินของจ�ำเลยภำยในท่ท�ำกำรสำขำของจ�ำเลย มีก�ำหนดระยะเวลำ
                                                          ี
              ๑ ปี หำกสัญญำนี้ครบก�ำหนด โจทก์และจ�ำเลยยังไม่มีกำรบอกเลิกสัญญำเป็นลำยลักษณ์อักษร

              ให้ถือว่ำสัญญำฉบับน้มีผลบังคับใช้ต่อไป ๑ ปี จนกว่ำจะมีกำรยกเลิกเป็นลำยลักษณ์อักษร
                                  ี
              ภำยหลังจำกครบก�ำหนดตำมสัญญำ โจทก์และจ�ำเลยต่อสัญญำกันทุกปีถึงปี ๒๕๖๑ จ�ำเลย

              ผิดนัดค้ำงช�ำระค่ำจ้ำงเดือนเมษำยน ๒๕๖๑ ถึงเดือนสิงหำคม ๒๕๖๑ เป็นเงิน ๑๘๐,๐๐๐ บำท

                                                     ี
              ภำษีมูลค่ำเพ่ม ๑๒,๖๐๐ บำท ต่อมำวันท่ ๒๒ ตุลำคม ๒๕๖๑ จ�ำเลยมีหนังสือขอยกเลิก
                          ิ
              สัญญำจ้ำงกับโจทก์ โจทก์ทวงถำมให้จ�ำเลยช�ำระค่ำจ้ำงที่ค้ำงช�ำระแล้ว แต่จ�ำเลยเพิกเฉย ขอให้
                                                               ี
               �
                                                               ้
                     �
              จำเลยชำระเงินให้โจทก์ ๒๐๔,๙๗๕ บำท พร้อมดอกเบยอัตรำร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงิน
              ๑๘๐,๐๐๐ บำท นับถัดจำกวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่ำจะช�ำระเสร็จ
                       จ�ำเลยให้กำรและฟ้องแย้งโจทก์ว่ำ จ�ำเลยไม่เคยค้ำงช�ำระค่ำจ้ำงโจทก์ ระหว่ำงสัญญำจ้ำง
              ทรัพย์สินของโจทก์ท่เก็บรักษำไว้สูญหำยหลำยรำยกำร คิดเป็นเงิน ๓๐๐,๐๐๐ บำท อันเน่อง
                                                                                              ื
                                ี
              มำจำกกำรปฏิบัติหน้ำท่ของพนักงำนโจทก์ จ�ำเลยแจ้งให้โจทก์รับผิดชอบในควำมเสียหำยแล้ว
                                   ี
                                                                                ี
                                                                       ิ
              โจทก์เพิกเฉย โจทก์เป็นผู้ประกอบกำรจดทะเบียนภำษีมูลค่ำเพ่ม มีหน้ำท่ออกใบก�ำกับภำษ  ี
                     ิ
                     ่
                                                                                     ี
                                                                                  ึ
                                               ิ
                                                                                           ิ
                          �
              มลค่ำเพมให้จำเลย แต่โจทก์ไม่ได้ปฏบตตำมประมวลรษฎำกร มำตรำ ๘๖ จงมควำมผดตำม
                                                              ั
               ู
                                                ั
                                                  ิ
              มำตรำ ๙๐/๒ (๓) ส�ำเนำใบวำงบิลเอกสำรท้ำยฟ้องจึงเป็นเอกสำรท่ต้องห้ำมตำมประมวลรัษฎำกร
                                                                       ี
                                                     435
   458   459   460   461   462   463   464   465   466   467   468