Page 530 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 530
ต่อจ�ำเลยที่ ๔ และลวนลำมหญิงอื่นท�ำนองชู้สำว ซึ่งไม่ตรงต่อควำมจริง เพื่อกลั่นแกล้งเลิกจ้ำง
ี
ึ
ท้งท่โจทก์ขอลำออกล่วงหน้ำแล้วและไม่ให้โจทก์ไปท�ำงำนแห่งใหม่ซ่งเป็นคู่แข่งทำงกำรค้ำ
ั
ื
ี
ื
กับจ�ำเลยท่ ๑ ท�ำให้โจทก์เสียช่อเสียงเกียรติคุณ ไม่อำจหำงำนใหม่ได้เร่อยมำจนถึงปัจจุบัน
อันเป็นกำรร่วมกันกระท�ำละเมิด โดยกำรกล่ำวหรือไขข่ำวแพร่หลำยซ่งข้อควำมอันฝ่ำฝืนต่อควำมจริง
ึ
ั
ท�ำให้โจทก์ได้รับควำมเสียหำย ๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บำท ขอให้บังคับจ�ำเลยท้งแปดร่วมกันชดใช้ค่ำเสียหำย
๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บำท พร้อมดอกเบี้ยอัตรำร้อยละ ๑๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่ำช�ำระ
เสร็จแก่โจทก์ และชดใช้ค่ำเสียหำยเดือนละ ๗๐๗,๑๒๗ บำท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่ำโจทก์
ได้งำนใหม่หรือจ�ำเลยที่ ๑ รับโจทก์กลับเข้ำท�ำงำนดังเดิม ให้จ�ำเลยทั้งแปดยุติกำรกระท�ำละเมิด
ตำมฟ้อง โฆษณำค�ำพิพำกษำลงหนังสือพิมพ์รำยวันไทยรัฐ เดลินิวส์ มติชน บำงกอกโพสต์และ
ทำงโทรทัศน์ทุกช่องเป็นเวลำ ๓ วัน ด้วยค่ำใช้จ่ำยของจ�ำเลยทั้งแปด ให้จ�ำเลยทั้งแปดประกำศ
�
้
�
ั
ั
ั
็
คำขอขมำโจทก์ในเฟสบุ๊กส่วนตวของจำเลยทงแปดโดยตงค่ำสำธำรณะและเวบไซต์ BBC,
้
Reuters และ Bloomberg เป็นเวลำ ๑ เดือน นับแต่ศำลมีค�ำพิพำกษำ และห้ำมมิให้จ�ำเลย
ทั้งแปดน�ำส�ำนวนกำรสอบสวนโจทก์ไปเผยแพร่แก่ผู้ใด
จ�ำเลยทั้งแปดให้กำรว่ำ ฟ้องโจทก์เป็นกำรกล่ำวอ้ำงว่ำกำรกล่ำวหรือไขข่ำวแพร่หลำย
ี
ี
เป็นกำรกระท�ำต่อบุคคลท่เป็นพวกเดียวกัน ไม่มีบุคคลท่สำม จึงไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมำยแพ่ง
ี
ื
ี
ี
ี
และพำณิชย์ มำตรำ ๔๒๓ มูลเหตุคดีน้สืบเน่องจำกจ�ำเลยท่ ๑ โดยจ�ำเลยท่ ๒ และท่ ๓ ได้
ี
ิ
่
ี
ิ
ื
ั
ุ
รบเร่องร้องเรยนจำกจ�ำเลยท ๔ เกยวกับพฤตกรรมล่วงละเมดคกคำมทำงเพศและใช้อ�ำนำจ
ี
่
ี
ไม่ชอบต่อจ�ำเลยท่ ๔ จ�ำเลยท่ ๑ โดยจ�ำเลยท่ ๓ หัวหน้ำฝ่ำยบุคคล จึงมีหน้ำท่ด�ำเนินกำรสอบสวน
ี
ี
ี
ตำมระเบียบ จ�ำเลยที่ ๔ ถึงที่ ๘ ให้ข้อเท็จจริงต่อคณะกรรมกำรสอบสวนข้อเท็จจริงตำมควำม
ั
รู้เห็นของตนเองตำมควำมเป็นจริง จ�ำเลยท้งแปดไม่ได้กระท�ำละเมิดต่อโจทก์ตำมฟ้อง โจทก์
ี
ี
�
เคยฟ้องจ�ำเลยท่ ๑ ต่อศำลแรงงำนกลำง คดีน้จึงเป็นฟ้องซ้อนและด�ำเนินกระบวนพิจำรณำซ้ำ
และเป็นคดีที่อยู่ในอ�ำนำจศำลแรงงำน ขอให้ยกฟ้อง
ี
ระหว่ำงพิจำรณำ ศำลแพ่งกรุงเทพใต้เห็นว่ำ กรณีมีปัญหำว่ำ คดีน้อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำ
พิพำกษำของศำลแรงงำนหรือไม่ จึงส่งส�ำนวนให้ประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษวินิจฉัย
ั
ตำมพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลแรงงำนและวิธีพิจำรณำคดีแรงงำน พ.ศ. ๒๕๒๒ มำตรำ ๙ วรรคสอง
วินิจฉัยว่ำ โจทก์บรรยำยฟ้องว่ำ จ�ำเลยท่ ๑ จดทะเบียนประกอบธุรกิจธนำคำรท ่ ี
ี
ี
ั
ี
ั
สำธำรณรัฐฝร่งเศสและขออนุญำตเป็นคนต่ำงด้ำวต้งสำขำท่ประเทศไทย มีจ�ำเลยท่ ๒ เป็น
ผู้มีอ�ำนำจกระท�ำกำรแทน จ�ำเลยที่ ๓ เป็นหัวหน้ำฝ่ำยบุคคล จ�ำเลยที่ ๔ ถึงที่ ๖ เป็นพนักงำน
ี
ี
จ�ำเลยท่ ๑ ส่วนจ�ำเลยท่ ๗ และท่ ๘ เป็นอดีตพนักงำนจ�ำเลยท่ ๑ โจทก์เคยเป็นพนักงำน
ี
ี
ี
จ�ำเลยท่ ๑ ระหว่ำงท�ำงำนจ�ำเลยท่ ๒ และท่ ๓ ซ่งเป็นผู้บริหำรจ�ำเลยท่ ๑ ร่วมกันยุยง
ี
ี
ี
ึ
502

