Page 543 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 543
ื
ิ
จ�ำเลยท้งสองให้กำรว่ำ โจทก์บรรยำยฟ้องเพ่มเติมเน้อหำอันเป็นข้อควำมเท็จ ข้อควำม
ั
ั
ั
ตำมเอกสำรท้ำยค�ำฟ้องหมำยเลข ๑ เพียงแต่ต้งค�ำถำม มิได้กล่ำวหำว่ำโจทก์ทุจริต จ�ำเลยท้งสอง
ใช้สิทธิทำงศำลโดยชอบ โจทก์ไม่ถูกโต้แย้งสิทธิ ฟ้องโจทก์ขำดอำยุควำมกำรกระท�ำของจ�ำเลย
ิ
ท้งสองเป็นไปตำมกฎหมำยทุกประกำรจึงไม่เป็นกำรกระท�ำละเมดต่อโจทก์และโจทก์ไม่ได้รับ
ั
ควำมเสียหำย คดีในส่วนของพระรำชบัญญัติแรงงำนสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำ
พิพำกษำของศำลแรงงำน โจทก์จึงไม่มีอ�ำนำจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง
ระหว่ำงพิจำรณำ ศำลแพ่งกรุงเทพใต้เห็นว่ำ กรณีมีปัญหำว่ำคดีน้อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำ
ี
พิพำกษำของศำลแรงงำนหรือไม่ จึงส่งส�ำนวนให้ประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษวินิจฉัย
ั
ตำมพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลแรงงำนและวิธีพิจำรณำคดีแรงงำน พ.ศ. ๒๕๒๒ มำตรำ ๙
วรรคสอง
ั
ึ
วินิจฉัยว่ำ โจทก์ฟ้องว่ำจ�ำเลยท้งสองซ่งเป็นกรรมกำรสหภำพแรงงำนธนำคำรกรุงเทพ
จัดท�ำเอกสำรเผยแพร่ซ่งมีข้อควำมอันเป็นเท็จไปยังบุคคลท่สำมท่วประเทศว่ำโจทก์และ
ึ
ี
ั
คณะกรรมกำรสหภำพแรงงำนธนำคำรกรุงเทพผลักดันโครงกำรต่ำง ๆ โดยทุจริตเพื่อประโยชน์
ั
ึ
ส่วนตัว และจ�ำเลยท้งสองได้ฟ้องร้องคณะกรรมกำรสหภำพแรงงำนธนำคำรกรุงเทพซ่งกระท�ำ
กำรแทนสหภำพแรงงำนธนำคำรกรุงเทพ เป็นกำรใช้สิทธิโดยไม่สุจริตและฝ่ำฝืนข้อบังคับ
ี
สหภำพแรงงำนธนำคำรกรุงเทพ ท้งเป็นกำรใส่ควำมโจทก์ต่อบุคคลท่สำมโดยประกำรท่น่ำ
ั
ี
ื
ิ
จะท�ำให้โจทก์เสียช่อเสียง ถูกดูหม่นหรือถูกเกลียดชัง เป็นกำรท�ำละเมิดต่อโจทก์ท�ำให้โจทก์
เสียหำย ตำมค�ำฟ้องดังกล่ำว แม้โจทก์จะกล่ำวอ้ำงว่ำจ�ำเลยท้งสองซ่งเป็นกรรมกำรสหภำพ
ึ
ั
แรงงำนธนำคำรกรุงเทพกระท�ำกำรฝ่ำฝืนข้อบังคับสหภำพแรงงำนธนำคำรกรุงเทพ แต่ก็เพื่อให้
ื
ุ
ี
เหนวำกำรกระทำดงกลำวเปนผลใหเกดควำมเสยหำยแกชอเสยง เกยรตคณ หรอทำงทำมำหำได ้
ิ
่
ี
ี
่
ิ
�
ั
ื
็
่
�
้
่
็
ื
หรือทำงเจริญโดยประกำรอ่นของโจทก์โดยตรง เป็นกำรกล่ำวอ้ำงว่ำจ�ำเลยท้งสองท�ำละเมิด
ั
ิ
์
ั
่
ตอโจทกเป็นกำรสวนตว ตำมประมวลกฎหมำยแพงและพำณชย บรรพ ๒ ลกษณะ ๕ ละเมด
่
ั
ิ
์
่
ี
ั
โดยท่วไป มิใช่กำรใช้สิทธิตำมกฎหมำยว่ำด้วยแรงงำนสัมพันธ์ จึงมิใช่คดีพิพำทเก่ยวด้วยสิทธ ิ
หรือหน้ำที่ตำมกฎหมำยว่ำด้วยแรงงำนสัมพันธ์ และมิใช่คดีอันเกิดแต่มูลละเมิดระหว่ำงนำยจ้ำง
และลูกจ้ำงสืบเน่องจำกข้อพิพำทแรงงำนหรือเก่ยวกับกำรท�ำงำนตำมสัญญำจ้ำงแรงงำน และ
ื
ี
มิใช่มูลละเมิดระหว่ำงลูกจ้ำงกับลูกจ้ำงท่เกิดจำกกำรท�ำงำนในทำงกำรท่จ้ำง คดีระหว่ำงโจทก์
ี
ี
ั
ึ
ั
กับจ�ำเลยท้งสองจึงไม่มีลักษณะเป็นคดีพิพำทอย่ำงหน่งอย่ำงใดตำมพระรำชบัญญัติจัดต้งศำล
แรงงำนและวิธีพิจำรณำคดีแรงงำน พ.ศ. ๒๕๒๒ มำตรำ ๘
515

