Page 648 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 648
จ�ำเลยที่ ๒ ให้กำรว่ำ จ�ำเลยที่ ๒ ไม่ใช่นำยจ้ำงของโจทก์ทั้งสี่สิบสำม จ�ำเลยที่ ๒ เป็น
ี
ั
ี
สหกรณ์ออมทรัพย์และเป็นเจ้ำหน้ของโจทก์ท้งส่สิบสำมตำมพระรำชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๒
ั
ี
ี
โจทก์ท้งส่สิบสำมแสดงควำมยินยอมล่วงหน้ำให้จ�ำเลยท่ ๑ หักเงินค่ำจ้ำงถึงวันท�ำงำนสุดท้ำย
สินจ้ำงแทนกำรบอกกล่ำวล่วงหน้ำ ค่ำชดเชย ค่ำจ้ำงส�ำหรับวันหยุดพักผ่อนประจ�ำปี และ
เงินบ�ำเหน็จ ส่งมอบแก่จ�ำเลยที่ ๒ เพื่อหักช�ำระหนี้เงินกู้พร้อมดอกเบี้ย จึงต้องผูกพันตำมที่ตกลงไว้
ื
ี
ื
ี
ี
ั
ี
ั
เม่อจ�ำเลยท่ ๑ เลิกจ้ำงโจทก์ท้งส่สิบสำมและโจทก์ท้งส่สิบสำมเป็นลูกหน้เงินกู้และมีหน้อ่น
ี
ี
ี
ี
ี
ต่อจ�ำเลยท่ ๒ กำรท่จ�ำเลยท่ ๑ หักเงินดังกล่ำวส่งให้แก่จ�ำเลยท่ ๒ จึงชอบด้วยกฎหมำยแล้ว
ขอให้ยกฟ้อง
ระหว่ำงพิจำรณำ ศำลแรงงำนกลำงเห็นว่ำ กรณีมีปัญหำว่ำ คดีนี้อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำ
พิพำกษำของศำลแรงงำนหรือไม่ จึงส่งส�ำนวนให้ประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษวินิจฉัย
ั
ตำมพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลแรงงำนและวิธีพิจำรณำคดีแรงงำน พ.ศ. ๒๕๒๒ มำตรำ ๙
วรรคสอง วินิจฉัยว่ำ คดีน้อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลแรงงำนตำมพระรำชบัญญัต ิ
ี
จัดตั้งศำลแรงงำนและวิธีพิจำรณำคดีแรงงำน พ.ศ. ๒๕๒๒ มำตรำ ๘ หรือไม่
วินิจฉัยว่ำ โจทก์ทั้งสี่สิบสำมส�ำนวนบรรยำยฟ้องว่ำ จ�ำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคลประเภท
ี
ั
ี
บริษัทมหำชนจ�ำกัด จ�ำเลยท่ ๒ เป็นนิติบุคคลประเภทสหกรณ์ออมทรัพย์ โจทก์ท้งส่สิบสำม
เป็นลูกจ้ำงของจ�ำเลยท่ ๑ และเป็นสมำชิกของจ�ำเลยท่ ๒ โจทก์ท้งส่สิบสำมท�ำสัญญำกู้เงิน
ี
ั
ี
ี
ั
่
ี
่
ื
จ�ำเลยท่ ๒ มีข้อตกลงว่ำโจทก์ท้งสสิบสำมจะยอมให้จ�ำเลยท่ ๑ หักเงินเดือนเพอช�ำระหน ้ ี
ี
ี
เงินกู้ดังกล่ำวและดอกเบี้ยทุกเดือน ต่อมำจ�ำเลยที่ ๑ ประสบภำวะขำดทุนต้องเข้ำสู่กระบวนกำร
ี
ั
ี
ฟื้นฟูกิจกำร จ�ำเลยท่ ๑ มีหนังสือเลิกจ้ำงโจทก์ท้งส่สิบสำมโดยให้มีผลเป็นกำรเลิกจ้ำง
ี
ื
ั
ี
เม่อวันท่ ๒๗ กรกฎำคม ๒๕๖๔ โดยจ�ำเลยท่ ๑ ตกลงจะจ่ำยเงินแก่โจทก์ท้งส่สิบสำมเป็น
ี
ค่ำจ้ำงถึงวันท�ำงำนสุดท้ำย สินจ้ำงแทนกำรบอกกล่ำวล่วงหน้ำ ค่ำชดเชย ค่ำจ้ำงส�ำหรับวันหยุด
พักผ่อนประจ�ำปี และเงินบ�ำเหน็จ แต่จ�ำเลยที่ ๑ กลับผิดสัญญำจ้ำงโดยน�ำเงินดังกล่ำวที่จะต้อง
จ่ำยแก่โจทก์ทั้งสี่สิบสำมส่งมอบแก่จ�ำเลยที่ ๒ เพื่อหักช�ำระหนี้เงินกู้พร้อมดอกเบี้ยโดยโจทก์ทั้ง
สี่สิบสำมไม่ยินยอม เป็นกำรกล่ำวอ้ำงว่ำจ�ำเลยที่ ๑ ผิดสัญญำจ้ำงแรงงำนต่อโจทก์ทั้งสี่สิบสำม
และปฏิบัติไม่ถูกต้องตำมพระรำชบัญญัติคุ้มครองแรงงำน พ.ศ. ๒๕๔๑ มำตรำ ๗๖ คดีระหว่ำง
่
ั
ี
่
ี
ี
ี
ั
โจทก์ท้งสสิบสำมกับจ�ำเลยท่ ๑ จึงเป็นคดีพิพำทเก่ยวด้วยสิทธิหรือหน้ำทตำมสญญำจ้ำง
ั
แรงงำนและตำมกฎหมำยว่ำด้วยกำรคุ้มครองแรงงำน ตำมพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลแรงงำนและ
วิธีพิจำรณำคดีแรงงำน พ.ศ. ๒๕๒๒ มำตรำ ๘ (๑) และ (๒)
620

