Page 653 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 653

ธนำคำรจึงมีหน้ำที่คืนเงินดังกล่ำวแก่โจทก์ จ�ำเลยที่ ๓ ไม่เคยได้รับกำรทวงถำมก่อน ฟ้องโจทก์

              เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้อง

                                                                                  ื
                              ี
                       จ�ำเลยท่ ๔ ให้กำรว่ำ กำรเบิกจ่ำยเงินของโจทก์เป็นกำรเบิกจ่ำยเพ่อมอบแก่ทำยำท
              ของสมำชิกสมำคมโจทก์ และทำยำทได้รับเงินไปครบถ้วนแล้ว กำรเบิกจ่ำยเงินเป็นกำรท�ำตำมท  ี ่
                                                                       ี
                                              ึ
              ได้รับมอบหมำยจำกจ�ำเลยท่ ๓ ซ่งจะได้รับอนุมัติจำกจ�ำเลยท่ ๑ ก่อน กำรแต่งต้งนำยก
                                                                                          ั
                                        ี
              สมำคมไม่ถูกต้องตำมระเบียบ กำรลงนำมในค�ำสั่งของโจทก์จึงไม่ชอบ โจทก์จึงไม่มีอ�ำนำจฟ้อง
              จ�ำเลยที่ ๔ ขอให้ยกฟ้อง
                       ระหว่ำงพิจำรณำ ศำลจังหวัดจันทบุรีเห็นว่ำ กรณีมีปัญหำว่ำคดีน้อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำ
                                                                              ี
              พิพำกษำของศำลแรงงำนหรือไม่ จึงส่งส�ำนวนให้ประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษวินิจฉัย

              ตำมพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลแรงงำนและวิธีพิจำรณำคดีแรงงำน พ.ศ. ๒๕๒๒ มำตรำ ๙
                                    ั
              วรรคสอง
                       วินิจฉัยว่ำ โจทก์บรรยำยฟ้องว่ำ โจทก์มีฐำนะเป็นนิติบุคคลประเภทสมำคมฌำปนกิจ

              สงเครำะห์ ตำมพระรำชบัญญัติกำรฌำปนกิจสงเครำะห์ พ.ศ. ๒๕๔๕ จ�ำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ เคย

              เป็นคณะกรรมกำรด�ำเนินกำรของโจทก์ โดยจ�ำเลยที่ ๑ ด�ำรงต�ำแหน่งนำยกสมำคม จ�ำเลยที่ ๒
              เป็นอุปนำยก จ�ำเลยที่ ๓ เป็นเหรัญญิก จ�ำเลยที่ ๔ เป็นเจ้ำหน้ำที่ของโจทก์ ต่อมำจ�ำเลยทั้งสี่

              จงใจหรือประมำทเลินเล่อกระท�ำละเมิดต่อโจทก์ โดยจ�ำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ร่วมกันลงลำยมือชื่อใน

              ใบถอนเงินหรือเช็คแล้วให้จ�ำเลยที่ ๔ เบิกเงินในบัญชีธนำคำรของโจทก์แล้วจ�ำเลยทั้งสี่เบียดบัง

              เอำเงินของโจทก์ไปจ�ำนวนมำกต่อเนื่อง ๓๗ ครั้ง เป็นเงินรวม ๗,๐๙๓,๑๕๑.๖๐ บำท จ�ำเลยที่ ๑

                  ี
                                                                        ี
              ถึงท่ ๓ ในฐำนะคณะกรรมกำรด�ำเนินกำรในช่วงเวลำดังกล่ำวมีหน้ำท่ต้องตรวจสอบกำรปฏิบัติงำน
                          ี
              ของเจ้ำหน้ำท่แทนโจทก์และควบคุมตรวจสอบบัญชีกำรเงินตลอดจนทรัพย์สินท้งปวงของโจทก์
                                                                                   ั
                                                                              ี
              แต่ไม่ทำหน้ำทดงกล่ำวให้ถกต้องเป็นกำรดำเนนงำนไม่เป็นไปตำมระเบยบและข้อบงคบของ
                                                     �
                                                        ิ
                                       ู
                                                                                           ั
                           ่
                     �
                             ั
                                                                                         ั
                           ี
              โจทก์ กลับร่วมกันกับจ�ำเลยท่ ๔ ทุจริตเบียดบังเอำเงินของโจทก์ไปดังกล่ำวจึงต้องร่วมกัน
                                         ี
              ช�ำระค่ำเสียหำยแก่โจทก์ เป็นกำรกล่ำวอ้ำงว่ำ จ�ำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ เป็นคณะกรรมกำรด�ำเนินกำร
                                                                              ี
               ึ
                              ี
              ซ่งมีอ�ำนำจหน้ำท่ด�ำเนินกิจกำรของโจทก์ โดยมิได้มีฐำนะเป็นเจ้ำหน้ำท่หรือลูกจ้ำงของโจทก์
                            ี
                                                                                   ี
                                 ั
              ส�ำหรับจ�ำเลยท่ ๒ น้น แม้จะปรำกฏตำมค�ำร้องขอแก้ไขค�ำให้กำรของจ�ำเลยท่ ๑ และส�ำเนำ
                                ี
              สัญญำจ้ำงเจ้ำหน้ำท่ สมำคมฌำปนกิจสงเครำะห์สมำชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูจันทบุรี จ�ำกัด
              และครอบครัว และส�ำเนำหนังสือค�้ำประกันกำรท�ำงำนของผู้รับจ้ำง เอกสำรท้ำยค�ำร้องขอแก้ไข
              ค�ำให้กำรของจ�ำเลยที่ ๑ ว่ำ จ�ำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค�้ำประกันกำรท�ำงำนของจ�ำเลยที่ ๔ อีกฐำนะหนึ่ง
                                                     625
   648   649   650   651   652   653   654   655   656   657   658