Page 651 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 651

ค�ำวินิจฉัยของประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษ  สมำคมฌำปนกิจสงเครำะห์

                       ที่ วร ๒๖/๒๕๖๕                           สหกรณ์ออมทรัพย์ครูจันทบุรี   จ�ำกัด

                                                                และครอบครัวหรือสมำคม
                                                                ฌำปนกิจสงเครำะห์สมำชิก

                                                                สหกรณ์ออมทรัพย์ครูจันทบุรี   จ�ำกัด

                                                                และครอบครัว                โจทก์
                                                                ประจวบ มะลิทอง กับพวก    จ�ำเลย



                              ่
                              ี
                                    ี
                                                                                   ี
                                    ่
                       จ�ำเลยท ๑ ถึงท ๓ เป็นคณะกรรมกำรด�ำเนินกำรจึงมีอ�ำนำจหน้ำท่ด�ำเนินกิจกำร
                                               ี
              ของโจทก์ภำยใต้กำรควบคุมของท่ประชุมใหญ่สมำชิกโจทก์เท่ำน้น โดยมิได้มีฐำนะเป็น
                                                                           ั
              เจ้ำหน้ำที่หรือลูกจ้ำงของโจทก์  ส�ำหรับจ�ำเลยที่ ๒ นั้น แม้จะปรำกฏตำมค�ำร้องขอแก้ไข
                                                  ั
                                                                                     ิ
                                   ี
                             �
              ค�ำให้กำรของจำเลยท ๑ และส�ำเนำสญญำจ้ำงเจ้ำหน้ำท สมำคมฌำปนกจสงเครำะห์
                                   ่
                                                                     ี
                                                                     ่
              สมำชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครู จ. และครอบครัว และส�ำเนำหนังสือค�้ำประกันกำรท�ำงำน
                                                              ่
                                                                       ู
                                                                         �
                                                              ี
                                       ่
                                       ี
                                            ั
                    ู
              ของผ้รับจ้ำงของจ�ำเลยท ๑ ดงกล่ำวว่ำ จ�ำเลยท ๒ เป็นผ้ค้ำประกันกำรท�ำงำนของ
              จ�ำเลยที่ ๔  แต่เมื่อโจทก์ฟ้องจ�ำเลยที่ ๒ ในฐำนะเป็นคณะกรรมกำรด�ำเนินกำรของโจทก์
                                                           ่
                                                           ี
                                                                              �
              ให้ร่วมรับผิดกับจ�ำเลยอ่นโดยไม่ได้ฟ้องจ�ำเลยท ๒ ในฐำนะเป็นผู้ค้ำประกันกำรท�ำงำน
                                     ื
              ของจ�ำเลยที่ ๔ มำด้วย จึงเป็นกำรกล่ำวอ้ำงว่ำจ�ำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ซึ่งเป็นคณะกรรมกำร
              ด�ำเนินกำรร่วมกันกระท�ำละเมิดต่อโจทก์เท่ำนั้น ไม่ใช่คดีแรงงำน
                                      _____________________________

                       โจทก์ฟ้องว่ำ โจทก์มีฐำนะเป็นนิติบุคคลประเภทสมำคมฌำปนกิจสงเครำะห์ ตำม
              พระรำชบัญญัติกำรฌำปนกิจสงเครำะห์ พ.ศ. ๒๕๔๕ จ�ำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ เคยเป็นคณะกรรมกำร
                                                                                 ี
              ด�ำเนินกำรของโจทก์ โดยจ�ำเลยท่ ๑ ด�ำรงต�ำแหน่งนำยกสมำคม จ�ำเลยท่ ๒ เป็นอุปนำยก
                                            ี
                                             ี
              จ�ำเลยท่ ๓ เป็นเหรัญญิก จ�ำเลยท่ ๔ เป็นเจ้ำหน้ำท่ของโจทก์ โจทก์ตรวจสอบพบว่ำระหว่ำง
                                                             ี
                     ี
              วันที่ ๒๓ กุมภำพันธ์ ๒๕๖๔ ถึงวันที่ ๓๐ มิถุนำยน ๒๕๖๔ จ�ำเลยทั้งสี่จงใจหรือประมำทเลินเล่อ
                                                                        ื
                                             ี
                                                    ี
              กระท�ำละเมิดต่อโจทก์ โดยจ�ำเลยท่ ๑ ถึงท่ ๓ ร่วมกันลงลำยมือช่อในใบถอนเงินหรือเช็คแล้ว
                        ี
              ให้จ�ำเลยท่ ๔ เบิกเงินในบัญชีธนำคำรของโจทก์แล้วจ�ำเลยท้งส่เบียดบังเอำเงินของโจทก์ไป
                                                                     ั
                                                                       ี
              จ�ำนวนมำกต่อเนื่อง ๓๗ ครั้ง เป็นเงินรวม ๗,๐๙๓,๑๕๑.๖๐ บำท จ�ำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ในฐำนะ
                                                     623
   646   647   648   649   650   651   652   653   654   655   656