Page 717 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 717

จ�ำเลยที่ ๓ ไม่ยื่นค�ำให้กำร

                                                              ื
                                 ื
                                                         ี
                              ี
                       จ�ำเลยท่ ๑ ย่นค�ำร้องขอให้ศำลวินิจฉัยช้ขำดเบ้องต้นในปัญหำข้อกฎหมำยว่ำ คดีโจทก์
                     ุ
                                                            ี
                           �
                                                        ั
                                                                      ่
                                                                                    ่
                                                                                    ี
              ขำดอำยควำม คำฟองของโจทกคดีนเปนฟองซอนกบคดของศำลแพงหมำยเลขแดงท ๑๒๕๐/๒๕๔๒
                                        ์
                                                    ้
                                                 ้
                                              ็
                              ้
                                            ้
                                            ี
                                  ี
                                                                     ี
              คดีสำขำหมำยเลขด�ำท่ ถ.๒๓/๒๕๖๑ และคดีสำขำหมำยเลขด�ำท่ ถ.๒๔/๒๕๖๑ ศำลได้ส่งส�ำนวน
              ไปยังศำลล้มละลำยกลำงเน่องจำกประธำนศำลฎีกำเคยวินิจฉัยไว้แล้วว่ำเป็นคดีแพ่งเก่ยวพันกับ
                                      ื
                                                                                        ี
              คดีตำมกฎหมำยว่ำด้วยล้มละลำย
                       โจทก์ท้งสำมย่นค�ำคัดค้ำนว่ำ โจทก์ท้งสำมฟ้องจ�ำเลยท้งสำมว่ำร่วมกันท�ำละเมิด ร่วมกัน
                                   ื
                             ั
                                                     ั
                                                                     ั
              ฉ้อฉล ขอให้เพกถอนนตกรรมและใช้สทธตดตำมทรพย์คน กำรวนจฉยของศำลแพ่งไม่ต้อง
                                                                         ิ
                                     ิ
                                   ิ
                                                                             ั
                                                                 ื
                                                    ิ
                                                             ั
                                                     ิ
                                                 ิ
                                                                          ิ
                            ิ
                                                              ี
              อำศัยข้อเท็จจริงในคดีล้มละลำย จึงไม่ใช่คดีล้มละลำยท่อยู่ในเขตอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของ
              ศำลล้มละลำย ขอให้ยกค�ำร้อง
                       ศำลแพ่งเห็นว่ำ กรณีมีปัญหำว่ำคดีอยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลล้มละลำย
              หรือไม่ จึงเสนอปัญหำดงกล่ำวให้ประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษเป็นผู้วินิจฉัยตำม
                                     ั
              พระรำชบัญญัติจัดตั้งศำลล้มละลำยและวิธีพิจำรณำคดีล้มละลำย พ.ศ. ๒๕๔๒ มำตรำ ๙
                       วินิจฉัยว่ำ โจทก์ทั้งสำมฟ้องจ�ำเลยทั้งสำมอ้ำงว่ำ จ�ำเลยที่ ๑ ยื่นฟ้องโจทก์ทั้งสำมต่อ
                                                                                              ี
                                                          ั
              ศำลล้มละลำยกลำงขอให้โจทก์ท้งสำมล้มละลำยท้งท่โจทก์ท้งสำมยังไม่ได้ผิดนัด จ�ำเลยท่ ๓
                                           ั
                                                             ี
                                                                   ั
              รับว่ำควำมให้แก่โจทก์ท้งสำม ระหว่ำงพิจำรณำจ�ำเลยท่ ๓ แถลงสละประเด็นข้อต่อสู้ตำม
                                                                 ี
                                    ั
              ค�ำให้กำร ไม่ติดใจถำมค้ำนหรือสืบพยำน กำรกระท�ำของจ�ำเลยท่ ๓ เป็นเหตุให้ศำลล้มละลำยกลำง
                                                                    ี
                                                           ี
                                                                                ี
                                       ั
               ั
              ส่งพิทักษ์ทรัพย์ของโจทก์ท้งสำมเด็ดขำด จ�ำเลยท่ ๑ ได้ร่วมกับจ�ำเลยท่ ๒ โดยกำรฉ้อฉล
              ให้จ�ำเลยที่ ๒ ประมูลซื้อที่ดินท�ำให้โจทก์เสียหำยสูญเสียที่ดิน ขอให้จ�ำเลยที่ ๒ โอนกรรมสิทธิ์
                                                                                 ี
                                                                               ิ
                ี
                                                               ี
              ท่ดินคืนโจทก์ ดังน้แม้โจทก์จะมีค�ำขอบังคับให้จ�ำเลยท่ ๒ โอนกรรมสิทธ์ท่ดินคืนอันเป็นกำร
                               ี
              ใช้สิทธิติดตำมทรัพย์คืนก็ตำมแต่กำรจะพิพำกษำให้ตำมค�ำขอได้หรือไม่จ�ำเป็นต้องวินิจฉัย
                                                                                           ั
                                                                          ั
              ก่อนว่ำโจทก์ท้งสำมถูกท�ำละเมิดโดยกำรท่จ�ำเลยท่ ๑ ฟ้องโจทก์ท้งสำมให้ล้มละลำยท้งท่ยัง
                                                           ี
                                                    ี
                           ั
                                                                                              ี
                                      ั
                                                                 ึ
              ไม่ได้ผิดนัดอันเป็นกำรกล่นแกล้งโจทก์ท้งสำมหรือไม่ ซ่งกำรวินิจฉัยตำมค�ำฟ้องของโจทก์
                                                   ั
                                                                                         ี
                                                                                           ี
              ท้งสำมดังกล่ำวจ�ำต้องอำศัยข้อเท็จจริงในคดีล้มละลำยเป็นหลัก ถือว่ำเป็นคดีแพ่งท่เก่ยวพัน
                ั
              กับคดีล้มละลำยโดยตรง จึงเป็นคดีล้มละลำยตำมมำตรำ ๓ อันอยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำ
              ของศำลล้มละลำย ตำมมำตรำ ๗ แห่งพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลล้มละลำยและวิธีพิจำรณำ
                                                                    ั
              คดีล้มละลำย พ.ศ. ๒๕๔๒
                       วินิจฉัยว่ำ คดีนี้อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลล้มละลำย
                                                     689
   712   713   714   715   716   717   718   719   720   721   722