Page 713 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 713

เป็นดุลพินิจของสถำบันกำรเงินไม่เกี่ยวข้องกับจ�ำเลยที่ ๑ ค�ำฟ้องในส่วนค่ำเสียหำย เป็นค�ำฟ้อง

              ที่เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้อง

                                                                ี
                                                                                         ุ
                              ่
                                            �
                                                                                 ่
                        �
                                                                                      ิ
                              ี
                                                                                      ้
                       จำเลยท ๒ ให้กำรว่ำ อำนำจของกรรมกำรผ้มอำนำจของโจทก์ท ๑ สนสดลงตำม
                                                                  �
                                                               ู
                                                                                 ี
              พระรำชบัญญัติล้มละลำย พ.ศ. ๒๔๘๓ มำตรำ ๙๐/๒๔ และโจทก์ที่ ๒ ไม่ได้รับควำมเสียหำย
              เป็นส่วนตัวจึงไม่ใช่ผู้เสียหำย โจทก์ทั้งสองไม่มีอ�ำนำจฟ้อง จ�ำเลยที่ ๒ มีฐำนะเป็นเพียงผู้รับจ้ำง
                                                   ู
                                                                        ี
              ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนขัดแย้งกับกำรฟื้นฟกิจกำรของโจทก์ท่ ๑ ไม่มส่วนร่วมในกำรท�ำละเมิดใด ๆ
                                                                  ี
                                                                 ี
              ไม่มีอ�ำนำจในกำรกระท�ำในนำมของจ�ำเลยท่ ๑ จ�ำเลยท่ ๒ ท�ำตำมขอบเขตกำรปฏิบัติงำน
                                                      ี
                         ึ
                                       �
                      ่
                      ี
                                                                   ั
                                            ุ
                                                                                             ี
              ในฐำนะทปรกษำกฎหมำยทำโดยสจรตและเป็นกลำง โจทก์ทงสองโต้แย้งกำรปฏบตหน้ำทของ
                                               ิ
                                                                   ้
                                                                                      ั
                                                                                    ิ
                                                                                       ิ
                                                                                             ่
              จ�ำเลยท่ ๑ ในฐำนะผู้ท�ำแผนซ่งเป็นกระบวนกำรตำมพระรำชบัญญัติล้มละลำยเป็นกำร
                                           ึ
                      ี
                              ี
              ด�ำเนินคดีแพ่งท่เก่ยวพันกับคดีตำมกฎหมำยว่ำด้วยล้มละลำย ศำลแพ่งกรุงเทพใต้ไม่มีอ�ำนำจ
                            ี
              พิจำรณำคดีนี้ ขอให้ยกฟ้อง
                                                ั
                                                      ื
                                                                                   ื
                       ระหว่ำงกำรพิจำรณำ จ�ำเลยท้งสองย่นค�ำร้องขอให้ศำลวินิจฉัยช้ขำดเบ้องต้นในปัญหำ
                                                                             ี
              ข้อกฎหมำยในเรื่องอ�ำนำจฟ้องของโจทก์ทั้งสอง
                       ศำลแพ่งกรุงเทพใต้เห็นว่ำ กรณีมีปัญหำว่ำคดีอยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของ
              ศำลล้มละลำยหรือไม่ จึงเสนอปัญหำดังกล่ำวให้ประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษวินิจฉัย
              ตำมพระรำชบัญญัติจัดตั้งศำลล้มละลำยและวิธีพิจำรณำคดีล้มละลำย พ.ศ. ๒๕๔๒ มำตรำ ๙
                                                                     ั
                       วินิจฉัยว่ำ ข้อเท็จจริงจำกค�ำฟ้องและค�ำให้กำรของจ�ำเลยท้งสองฟังได้ว่ำ ศำลล้มละลำยกลำง
                                                   ั
                                                                                  ั
              มีค�ำส่งให้ฟื้นฟูกิจกำรของโจทก์ท่ ๑ และต้งจ�ำเลยท่ ๑ เป็นผู้ท�ำแผน โจทก์ท้งสองฟ้องอ้ำงว่ำ
                   ั
                                           ี
                                                            ี
                                                                                ่
                                                                                ี
                                                                 ั
                                                                           �
                                                               �
                               ู
                                             ้
                                             ั
                     ่
              จำเลยท ๑ ในฐำนะผ้ท�ำแผนได้แต่งตงทนำยควำมประจำสำนกงำนของจำเลยท ๒ เป็นทนำยควำม
               �
                     ี
                                                            �
                                  ี
              ของผู้ท�ำแผน จ�ำเลยท่ ๒ โน้มน้ำวให้โจทก์ท่ ๑ ยินยอมให้ธนำคำรกรุงไทย จ�ำกัด (มหำชน)
                                                      ี
                                                                                ั
              ตรวจสอบโจทก์ท่ ๑ โดยไม่ให้ตอบโต้ฟ้องร้องใด ๆ ท้งน้ก็เพ่อให้จ�ำเลยท้งสองได้กระท�ำกำร
                             ี
                                                                 ี
                                                               ั
                                                                     ื
                ื
                                                              ั
                                                                                          ี
              เพ่อหำประโยชน์อันมิชอบอันเป็นกำรละเมิดต่อโจทก์ท้งสอง จ�ำเลยท้งสองได้ว่ำจ้ำงท่ปรึกษำ
                                                                           ั
              กฎหมำย นักประเมินทรัพย์สิน หลำยบริษัท แต่งต้งบริษัทในเครือของจ�ำเลยท่ ๑ เป็นผู้ตรวจสอบ
                                                         ั
                                                                                ี
              บัญชีเป็นกรณีพิเศษด้วยค่ำจ้ำงที่สูง จ�ำเลยทั้งสองละเลยหน้ำที่ตำมกฎหมำยที่ต้องบริหำรธุรกิจ
                                                                                        ื
                                                         ั
                        ี
              ของโจทก์ท่ ๑ จนท�ำให้เกิดควำมเสียหำยแก่โจทก์ท้งสองและลูกค้ำของโจทก์ท่ ๑ และเม่อธนำคำร
                                                                                ี
              กรุงไทย จ�ำกัด (มหำชน) กล่ำวหำว่ำมีกำรปลอมแปลงเอกสำรใบตรำส่ง จ�ำเลยท้งสองก็มิได้
                                                                                      ั
              สนับสนุนข้อเท็จจริงว่ำโจทก์ที่ ๑ ไม่ได้กระท�ำตำมที่ธนำคำรกรุงไทย จ�ำกัด (มหำชน) กล่ำวหำ
              เป็นเหตุให้ธนำคำรกสิกรไทย จ�ำกัด (มหำชน) ผู้ให้สินเชื่อแก่โจทก์ที่ ๑ ระงับวงเงินสินเชื่อ ท�ำให้
                                                     685
   708   709   710   711   712   713   714   715   716   717   718