Page 105 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 105

มีปญหาที่ตองวินิจฉัยตามอุทธรณของจำเลยประการแรกวา มติของคณะกรรมการ

              ดำเนินการสหกรณจำเลยที่ใหเรียกเงินบำเหน็จคืนจากโจทกชอบดวยกฎหมายหรือไม เห็นวา

              ศาลแรงงานภาค ๕ ฟงขอเท็จจริงวา โจทกเขาทำงานเปนลูกจางจำเลยเมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคม
              ๒๕๓๖ ระหวางทำงานโจทกอยูภายใตระเบียบสหกรณออมทรัพยสาธารณสุขจังหวัดนาน จำกัด

              พ.ศ. ๒๕๓๙ ขอ ๓๒ ที่กำหนดใหพนักงานหรือลูกจางของสหกรณคนใดที่ทำงานดวยความสงบ

              เรียบรอยเปนเวลาไมนอยกวา ๕ ปขึ้นไป มีสิทธิไดรับเงินบำเหน็จเมื่อออกจากตำแหนง การที่

              ตอมาจำเลยแกไขระเบียบดังกลาวและนำระเบียบสหกรณออมทรัพยสาธารณสุขจังหวัดนาน จำกัด
              วาดวยเจาหนาที่ ลูกจาง และขอบังคับเกี่ยวกับการทำงาน พ.ศ. ๒๕๖๐ ขอ ๕๑ ที่ระบุวา เจาหนาที่

              ของสหกรณฯ คนใดทำงานในสหกรณฯ ดวยความสงบเรียบรอยเปนเวลาติดตอกันไมนอยกวา

              ๕ ปขึ้นไป มีสิทธิไดรับเงินบำเหน็จเมื่อลาออกจากสหกรณมาใชบังคับ โดยระเบียบดังกลาวไมรวมถึง

              กรณีที่ลูกจางจำเลยเกษียณอายุหรือถูกเลิกจางโดยไมไดกระทำผิดไว เมื่อการแกไขระเบียบ
              ดังกลาวถือเปนการเปลี่ยนแปลงขอตกลงเกี่ยวกับสภาพการจาง และไมปรากฏขอเท็จจริงวาไดรับ

              ความยินยอมจากโจทก อีกทั้งการแกไขระเบียบหรือขอตกลงเกี่ยวกับสภาพการจางดังกลาวมี

              ลักษณะไมเปนคุณแกโจทก จึงไมชอบดวยกฎหมายและไมมีผลบังคับกับโจทก กรณีจึงตองบังคับ

              ตามระเบียบสหกรณออมทรัพยสาธารณสุขจังหวัดนาน จำกัด พ.ศ. ๒๕๓๙ ขอ ๓๒ สวนที่จำเลย
              อุทธรณวา ระเบียบสหกรณออมทรัพยสาธารณสุขจังหวัดนาน จำกัด พ.ศ. ๒๕๓๙ ขอ ๓๒ วรรคสี่

              ตอนทาย กำหนดใหสหกรณฯ จายเงินบำเหน็จเพิ่มไดเฉพาะสวนที่เกินกวาคาชดเชยนั้น เห็นวา

              คาชดเชยเปนเงินที่จำเลยจายใหแกลูกจางตามกฎหมายเมื่อเลิกจางโดยลูกจางไมไดกระทำผิด

              สวนเงินบำเหน็จเปนเงินที่จำเลยสมัครใจจายใหแกลูกจางเพื่อเปนการตอบแทนการที่ลูกจาง
              ทำงานดวยความเรียบรอยเปนเวลาติดตอกันไมนอยกวา ๕ ป การจายเงินบำเหน็จตามระเบียบ

              จึงมีเงื่อนไขแตกตางจากการจายคาชดเชยตามพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑

              เงินบำเหน็จจึงเปนเงินประเภทอื่นที่ไมใชคาชดเชย การที่ระเบียบดังกลาวระบุใหจำเลยจายเงิน

              บำเหน็จเฉพาะสวนที่เกินกวาคาชดเชย ถือเปนการเอาเงินบำเหน็จเปนคาชดเชยดวยจึงไมชอบ
              โจทกยังมีสิทธิไดรับเงินบำเหน็จเต็มจำนวนจากจำเลย มติของคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ

              จำเลยที่ใหเรียกเงินบำเหน็จคืนจากโจทกจึงไมชอบดวยกฎหมาย ที่ศาลแรงงานภาค ๕ วินิจฉัย

              ปญหาดังกลาวมานั้น ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษเห็นพองดวยในผล อุทธรณของจำเลยขอนี้

              ฟงไมขึ้น
                       มีปญหาที่ตองวินิจฉัยตามอุทธรณของจำเลยประการสุดทายวา จำเลยตองจายคาจาง

              ตามฟองพรอมดอกเบี้ยแกโจทกหรือไม เห็นวา ขอบังคับสหกรณออมทรัพยสาธารณสุขจังหวัด


                                                      ๙๕
   100   101   102   103   104   105   106   107   108   109   110